News
ต้องรู้! อาการปวดท้องข้างขวานั้นสื่อถึงโรคอะไรได้บ้าง? ใครๆ ก็รู้ !! ว่าอาการปวดท้องนั้นเมื่อเกิดขึ้นแล้วมักสร้างความลำบากให้กับร่างกายของเราเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นปวดท้องข้างซ้าย หรือปวดท้องข้างขวา หากอาการปวดในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นกับเราอยู่บ่อยๆ นั่นอาจจะเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนถึงปัญหาสุขภาพที่กำลังจะมาถึง ขอให้นึกเอาไว้อยู่เสมอว่า ในทุกๆ อาการปวดท้องย่อมต้องมีต้นสายปลายเหตุทั้งสิ้น เมื่อตอนที่แล้ว เราได้เรียนรู้ถึงโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อรู้สึกปวดท้องข้างซ้ายกันอย่างครบถ้วน ในตอนนี้เราจะมาทำความเข้าใจถึงสัญญาณร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อปวดท้องข้างขวากันบ้าง หากเกิดอาการปวดท้องข้างขวาอยู่เนืองๆ ในลักษณะต่างๆ แปลว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณถึงโรคร้ายอะไรอยู่นะ อาการปวดท้อง ไม่ว่าจะปวดท้องข้างซ้าย หรือปวดท้องข้างขวาก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ใครหลายๆ คนต่างเคยเผชิญกันมา ส่วนใหญ่อาการปวดนั้นมาจากสาเหตุที่มักไม่อันตราย แต่ก็มีอาการปวดในลักษณะที่แตกต่างออกไป จึงต้องสังเกตุให้ดีว่ามาจากข้างซ้าย หรือข้างขวากันแน่ โดยเฉพาะในผู้หญิงยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ แล้วอาการปวดท้องข้างขวาที่เป็นแบบจี๊ดๆ ปวดต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ปวดตุบๆ หรือปวดหน่วงๆ การคาดเดาโรคยังทำได้ยาก เนื่องจากที่บริเวณท้องด้านขวาจะมีอวัยวะที่ไม่เหมือนกับด้านซ้าย ลองมาดูกันหน่อยซิว่า อาการปวดท้องข้างขวา เกิดขึ้นจากสาเหตุอะไรได้บ้าง แล้วมีอันตรายมากน้อยกันแค่ไหน   อาการปวดท้องข้างขวาบน (บริเวณชายโครงด้านขวา) เมื่อคุณมีอาการปวดท้องข้างขวาบนเกิดขึ้น อีกทั้งยังมักจะเป็นอาการปวดที่เกิดหลังจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง นั่นอาจหมายความได้ว่า คุณกำลังมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดี รวมถึงโรคตับ จุดสังเกตที่สำคัญที่จะช่วยยืนยันได้ว่าอาจเป็นโรคดังกล่าว คือ เมื่อนำมือไปกดลงบริเวณที่มีอาการปวด อาจจะพบกับก้อนเนื้อแข็งๆ ส่วนอาการอื่นๆ ที่ตามมา คือ มีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ร่วมด้วย นอกจากนั้น ในบางรายที่มีอาการปวดท้องข้างขวาแล้วลามไปถึงแผ่นหลัง โดยในบางกรณีก็อาจมีอาการปวดท้องส่วนบน หรือส่วนกลาง นั่นหมายความว่า ร่างกายของคุณกำลังมีความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตับอ่อน ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคตับอ่อนอักเสบได้ ซึ่งเป็นผลมาจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มากจนเกินไป   อาการปวดท้องข้างขวาล่าง เมื่อมีอาการปวดข้างขวาล่าง เริ่มตั้งแต่บริเวณรอบสะดือไปจนถึงบริเวณท้องน้อยด้านขวา  เมื่อนำมือไปคลำบริเวณที่มีอาการปวดแล้วเจอกับก้อนเนื้อ กดแล้วรู้สึกเจ็บ ประกอบกับมีอาการปวดเสียดอยู่ตลอดเวลา ให้สันนิษฐานไว้เบื้องต้นว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ แต่หากมีอาการปวด คล้ายกับมีลมอยู่ในท้อง มีอาการมวนๆ ท้องร่วมด้วย นั่นอาจเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของลำไส้   อาการปวดท้องข้างขวาใต้ซี่โครง เมื่อมีอาการปวดท้องข้างขวาแบบปวดแสบใต้ซี่โครง ซึ่งในบางรายอาจมีอาการเสียดและจุกท้องร่วมด้วย นั่นหมายความว่าอาจเป็นการทำงานที่ผิดปกติของลำไส้เล็ก มีสาเหตุมาจากการแพ้โปรตีนกลูเตน ส่งผลกระทบให้ลำไส้ไม่สามารถดูซึมอาหารได้ดีเหมือนปกติ ทำให้เกิดอาการปวดท้อง หากปล่อยไว้ ไม่ทำการรักษาเป็นระยะเวลานาน อาการเหล่านี้ก็จะสะสมจนเกิดเป็นภาวะท้องเสียเรื้อรัง ท้องอืด อีกทั้งยังสามารถพัฒนาไปเป็นโรคลำไส้เล็กอักเสบได้อีกด้วย       อาการปวดท้องน้อยข้างขวา อาการปวดท้องน้อยข้างขวานี้จะมีอาการปวดเกร็งเกิดขึ้นอยู่เป็นระยะ มีอาการปวดท้องน้อยด้านขวาร้าวยาวจนมาถึงช่วงต้นขา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอาจมีปัญหาสุขภาพเกิดขึ้นที่บริเวณกรวยไต แต่หากมีอาการปวดท้องน้อยข้างขวาร่วมกับมีไข้สุง รู้สึกหนาวสั่น อีกทั้งยังตกขาว อาการในลักษณะเช่นนี้เป็นสัญญาณของปีกมดลูกอักเสบ โดยหากเราคลำตรงบริเวณที่ปวดก็จะพบก้อนเนื้อด้วย อันมีสาเหตุมาจากรังไข่ที่ผิดปกติ   อาการปวดท้องข้างขวาส่วนกลาง (บั้นเอวด้านขวา) หากมีอาการปวดท้องข้างขวาส่วนกลาง ร่วมกับขับถ่ายเป็นเลือด หรือมีระบบขับถ่ายที่ผิดปกติ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังจะเป็นโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ ซึ่งหากตรวจพบก้อนเนื้อด้วย ก็อาจแสดงให้เห็นว่าคุณกำลังจะเป็นเนื้องอกในลำไส้ใหญ่ แต่หากมีอาการปวดท้องข้างขวา เริ่มตั้งแต่บั้นเดวร้ายไปจนถึงช่วงต้นขา ก็อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดนิ่วในไตได้ หรือหากมีอาการปวดเองขวา ประกอบกับมีไข้ หนาวสั่น รวมถึงมีปัสสาวะสีขุ่น ก็อาจเป็นสัญญาณบอกว่าคุณกำลังจะเป็นโรคกรวยไตอักเสบ   อาการปวดท้องข้างขวาตอนตั้งครรภ์ ต้องขอบอกคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ตอนนี้ว่า อาการปวดท้องข้างขวาที่เกิดขึ้นในขณะที่เรากำลังจะมีเจ้าตัวน้อยนั้นไม่ใช่เรื่องน่ากังวล เพราะหากมีอาการปวดท้องไม่ว่าจะเป็นด้านขวา หรือด้านซ้าย หากว่าการปวดนั้นเป็นการปวดแบบเบาๆ นั่นก็เป็นเพราะตัวอ่อนเริ่มที่จะฝังตัวเข้าไปในมดลูกแล้ว อีกทั้งอาการปวดเช่นนี้จะเกิดขึ้นในช่วงที่ตั้งครรภ์แรกๆ เท่านั้น โดยภายหลังที่ตัวอ่อนได้เข้าไปฝังตัวในมดลูก อาการต่อไปที่คุณแม่จะต้องเจอ คือ อาการปวดมดลูก เพราะมดลูกจะเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคุณแม่จะรู้สึกปวดในบริเวณท้องน้อยมากเป็นพิเศษ นอกจากนั้นแล้ว หากคุณแม่ที่มีเพศสัมพันธ์บ่อย เดินเยอะ ขึ้น - ลงบันไดบ่อยๆ หรือออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ ก็อาจทำให้เกิดอาการปวดที่บริเวณท้องน้อยจากการใช้กล้ามเนื้อในส่วนนั้นๆ ได้ หากว่ารู้สึกปวดท้องด้านขวามากๆ จะรู้สึกทนไม่ไหว แนะนำว่าให้รีบไปพบแพทย์เป็นการด่วน จะได้รีบตรวจวินัยอย่างละเอียด และเริ่มรักษากันไปตามอาการจนกว่าจะหาย น่าจะเป็นสิ่งต้องทำมากที่สุด   5 อาการปวดท้องข้างขวาที่เสี่ยงเป็น 'ไส้ติ่งอักเสบ' 1. ปวดท้องข้างขวาบริเวณรอบๆ สะดือ อาการปวดในลักษณะนี้จะเริ่มปวดที่บริเวณสะดือ แล้วจะย้ายมาปวดท้องข้างขวาล่าง เหมือนเป็นสัญญาณเตือนเล็กๆ ว่า เรากำลังจะเป็นไส้ติ่งอักเสบ อย่ามัวแต่สงสัย ให้ไปพบแพทย์โดยเร่งด่วน 2. ปวดท้องข้างขวาคล้ายกับเป็น 'โรคกระเพาะ' เมื่อมีอาการปวดท้องในลักษณะที่ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือแน่นท้องแล้วละก็ บางคนอาจจะเข้าใจว่านี่คงเป็นเพียงโรคกระเพาะธรรมดาเท่านั้น แต่หากอาการที่เกิดเริ่มเป็นติดต่อกันหลายวัน ประกอบกับอาการปวดท้องก็ปวดหนักขึ้นเรื่อยๆ ให้ลองใช้มือกดที่บริเวณท้องด้านขวาล่าง หากมีอาการเจ็บ หรือปวดมาก ก็แสดงว่าอาจจะเป็นไส้ติ่งอักเสบได้ 3. ปวดท้องข้างขวาอย่างรุนแรง ปวดมาก หรือบางครั้ง อาการปวดก็ไม่ทราบตำแหน่งที่แน่นอน หากมีอาการปวดท้องข้างขวาแบบรุนแรงและเฉียลพลัน แล้วอาการปวดท้องนั้นรุนแรงขึ้นจนแทบทนไม่ไหว ตัวงอ ลุกขึ้นยืนไม่ได้ ไม่มีทีท่าว่าอาการจะทุเลาลง ปวดได้ตลอดเวลา ก็ให้สงสัยได้เลยว่านั่นอาจเป็นสัญญาณบอกว่าเสี่ยงที่จะเป็นไส้ติ่งอักเสบแล้วล่ะ 4. ปวดท้องข้างขวาช่วงล่าง หากรู้สึกปวดท้องในบริเวณนี้ แต่อาการปวดที่มียังไม่มาก ให้ลองใช้นิ้วกดดูจะรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ซ้ำยังมีไข้ รู้สึกเบื่ออาหาร ง่วงเหงาหาวนอน มีอาการคลื่นไส้จะอาเจียนร่วมด้วยอีก ขอให้รู้เอาไว้เลยว่าเริ่มที่จะเป็นไส้ติ่งอักเสบซะแล้ว เพียงยังแค่เริ่มต้น ไม่รุนแรง แต่ก็ควรที่จะเดินทางไปพบแพทย์ ไม่ควรละเลย 5. ปวดท้องข้างขวา ประกอบกับระบบขับถ่ายมีปัญหา ถ้าหากว่ามีอาการท้อง หรือท้องเสียที่ให้ความรู้สึกว่าผิดปกติ ประกอบกับปวดท้องข้างขวาล่าง มีไข้ คลื่นไส้ จะอาเจียน ล้วนแล้วก็เป็นตัวส่งสัญญาว่ากำลังเป็นไส้ติ่งอักเสบอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าอาการปวดท้องที่เกิดขึ้นนั้นจะเป็นอาการเพียงเล็กน้อย แต่ก็เป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามเป็นอันขาด เพราะอาการปวดท้องเป็นสิ่งที่อาจขึ้นได้ตลอดเวลา มาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารผิดสำแดงจนทำให้ระบบการทำงานของลำไส้และระบบย่อยอาหารเกิดความผิดปกติ หรือพฤติกรรมการนอนหลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จ ก็สามารถส่งผลให้มีอาการปวดท้องรูปแบบต่างๆ ได้ ที่สำคัญ หากมีอาการปวดท้องที่ทวีความรุนแรงขึ้น มีอาการปวดเฉพาะจุด ไม่ว่าจะเป็นปวดท้องข้างซ้าย หรือปวดท้องข้างขวา นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของการเกิดโรคร้ายต่างๆ ฉะนั้น เราไม่ควรวางใจและรีบเดินทางไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินัยอย่างละเอียดโดยทันที ก่อนที่อะไรๆ จะสายเกินการควบคุม   >> รู้ไว้ไม่เสียหาย! อาการปวดท้องข้างซ้าย ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ   ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก  Sanook.com ต้องรู้! อาการปวดท้องข้างขวานั้นสื่อถึงโรคอะไรได้บ้าง? - 25/07/2019
ต้องรู้! อาการปวดท้องข้างขวานั้นสื่อถึงโรคอะไรได้บ้าง?
ต้องรู้! อาการปวดท้องข้างขวานั้นสื่อถึงโรคอะไรได้บ้าง? ใครๆ ก็รู้ !! ว่าอาการปวดท้องนั้นเมื่อเกิดขึ้นแล้วมักสร้างความลำบากให้กับร่างกายของเราเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นปวดท้องข้างซ้าย หรือปวดท้องข้างขวา หากอาการปวดในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นกับเราอยู่บ่อยๆ นั่นอาจจะเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนถึงปัญหาสุขภาพที่กำลังจะมาถึง ขอให้นึกเอาไว้อยู่เสมอว่า ในทุกๆ อาการปวดท้องย่อมต้องมีต้นสายปลายเหตุทั้งสิ้น เมื่อตอนที่แล้ว เราได้เรียนรู้ถึงโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อรู้สึกปวดท้องข้างซ้ายกันอย่างครบถ้วน ในตอนนี้เราจะมาทำความเข้าใจถึงสัญญาณร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อปวดท้องข้างขวากันบ้าง หากเกิดอาการปวดท้องข้างขวาอยู่เนืองๆ ในลักษณะต่างๆ แปลว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณถึงโรคร้ายอะไรอยู่นะ อาการปวดท้อง ไม่ว่าจะปวดท้องข้างซ้าย หรือปวดท้องข้างขวาก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ใครหลายๆ คนต่างเคยเผชิญกันมา ส่วนใหญ่อาการปวดนั้นมาจากสาเหตุที่มักไม่อันตราย แต่ก็มีอาการปวดในลักษณะที่แตกต่างออกไป จึงต้องสังเกตุให้ดีว่ามาจากข้างซ้าย หรือข้างขวากันแน่ โดยเฉพาะในผู้หญิงยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ แล้วอาการปวดท้องข้างขวาที่เป็นแบบจี๊ดๆ ปวดต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ปวดตุบๆ หรือปวดหน่วงๆ การคาดเดาโรคยังทำได้ยาก เนื่องจากที่บริเวณท้องด้านขวาจะมีอวัยวะที่ไม่เหมือนกับด้านซ้าย ลองมาดูกันหน่อยซิว่า อาการปวดท้องข้างขวา เกิดขึ้นจากสาเหตุอะไรได้บ้าง แล้วมีอันตรายมากน้อยกันแค่ไหน   อาการปวดท้องข้างขวาบน (บริเวณชายโครงด้านขวา) เมื่อคุณมีอาการปวดท้องข้างขวาบนเกิดขึ้น อีกทั้งยังมักจะเป็นอาการปวดที่เกิดหลังจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง นั่นอาจหมายความได้ว่า คุณกำลังมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดี รวมถึงโรคตับ จุดสังเกตที่สำคัญที่จะช่วยยืนยันได้ว่าอาจเป็นโรคดังกล่าว คือ เมื่อนำมือไปกดลงบริเวณที่มีอาการปวด อาจจะพบกับก้อนเนื้อแข็งๆ ส่วนอาการอื่นๆ ที่ตามมา คือ มีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ร่วมด้วย นอกจากนั้น ในบางรายที่มีอาการปวดท้องข้างขวาแล้วลามไปถึงแผ่นหลัง โดยในบางกรณีก็อาจมีอาการปวดท้องส่วนบน หรือส่วนกลาง นั่นหมายความว่า ร่างกายของคุณกำลังมีความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตับอ่อน ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคตับอ่อนอักเสบได้ ซึ่งเป็นผลมาจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มากจนเกินไป   อาการปวดท้องข้างขวาล่าง เมื่อมีอาการปวดข้างขวาล่าง เริ่มตั้งแต่บริเวณรอบสะดือไปจนถึงบริเวณท้องน้อยด้านขวา  เมื่อนำมือไปคลำบริเวณที่มีอาการปวดแล้วเจอกับก้อนเนื้อ กดแล้วรู้สึกเจ็บ ประกอบกับมีอาการปวดเสียดอยู่ตลอดเวลา ให้สันนิษฐานไว้เบื้องต้นว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ แต่หากมีอาการปวด คล้ายกับมีลมอยู่ในท้อง มีอาการมวนๆ ท้องร่วมด้วย นั่นอาจเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของลำไส้   อาการปวดท้องข้างขวาใต้ซี่โครง เมื่อมีอาการปวดท้องข้างขวาแบบปวดแสบใต้ซี่โครง ซึ่งในบางรายอาจมีอาการเสียดและจุกท้องร่วมด้วย นั่นหมายความว่าอาจเป็นการทำงานที่ผิดปกติของลำไส้เล็ก มีสาเหตุมาจากการแพ้โปรตีนกลูเตน ส่งผลกระทบให้ลำไส้ไม่สามารถดูซึมอาหารได้ดีเหมือนปกติ ทำให้เกิดอาการปวดท้อง หากปล่อยไว้ ไม่ทำการรักษาเป็นระยะเวลานาน อาการเหล่านี้ก็จะสะสมจนเกิดเป็นภาวะท้องเสียเรื้อรัง ท้องอืด อีกทั้งยังสามารถพัฒนาไปเป็นโรคลำไส้เล็กอักเสบได้อีกด้วย       อาการปวดท้องน้อยข้างขวา อาการปวดท้องน้อยข้างขวานี้จะมีอาการปวดเกร็งเกิดขึ้นอยู่เป็นระยะ มีอาการปวดท้องน้อยด้านขวาร้าวยาวจนมาถึงช่วงต้นขา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอาจมีปัญหาสุขภาพเกิดขึ้นที่บริเวณกรวยไต แต่หากมีอาการปวดท้องน้อยข้างขวาร่วมกับมีไข้สุง รู้สึกหนาวสั่น อีกทั้งยังตกขาว อาการในลักษณะเช่นนี้เป็นสัญญาณของปีกมดลูกอักเสบ โดยหากเราคลำตรงบริเวณที่ปวดก็จะพบก้อนเนื้อด้วย อันมีสาเหตุมาจากรังไข่ที่ผิดปกติ   อาการปวดท้องข้างขวาส่วนกลาง (บั้นเอวด้านขวา) หากมีอาการปวดท้องข้างขวาส่วนกลาง ร่วมกับขับถ่ายเป็นเลือด หรือมีระบบขับถ่ายที่ผิดปกติ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังจะเป็นโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ ซึ่งหากตรวจพบก้อนเนื้อด้วย ก็อาจแสดงให้เห็นว่าคุณกำลังจะเป็นเนื้องอกในลำไส้ใหญ่ แต่หากมีอาการปวดท้องข้างขวา เริ่มตั้งแต่บั้นเดวร้ายไปจนถึงช่วงต้นขา ก็อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดนิ่วในไตได้ หรือหากมีอาการปวดเองขวา ประกอบกับมีไข้ หนาวสั่น รวมถึงมีปัสสาวะสีขุ่น ก็อาจเป็นสัญญาณบอกว่าคุณกำลังจะเป็นโรคกรวยไตอักเสบ   อาการปวดท้องข้างขวาตอนตั้งครรภ์ ต้องขอบอกคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ตอนนี้ว่า อาการปวดท้องข้างขวาที่เกิดขึ้นในขณะที่เรากำลังจะมีเจ้าตัวน้อยนั้นไม่ใช่เรื่องน่ากังวล เพราะหากมีอาการปวดท้องไม่ว่าจะเป็นด้านขวา หรือด้านซ้าย หากว่าการปวดนั้นเป็นการปวดแบบเบาๆ นั่นก็เป็นเพราะตัวอ่อนเริ่มที่จะฝังตัวเข้าไปในมดลูกแล้ว อีกทั้งอาการปวดเช่นนี้จะเกิดขึ้นในช่วงที่ตั้งครรภ์แรกๆ เท่านั้น โดยภายหลังที่ตัวอ่อนได้เข้าไปฝังตัวในมดลูก อาการต่อไปที่คุณแม่จะต้องเจอ คือ อาการปวดมดลูก เพราะมดลูกจะเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคุณแม่จะรู้สึกปวดในบริเวณท้องน้อยมากเป็นพิเศษ นอกจากนั้นแล้ว หากคุณแม่ที่มีเพศสัมพันธ์บ่อย เดินเยอะ ขึ้น - ลงบันไดบ่อยๆ หรือออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ ก็อาจทำให้เกิดอาการปวดที่บริเวณท้องน้อยจากการใช้กล้ามเนื้อในส่วนนั้นๆ ได้ หากว่ารู้สึกปวดท้องด้านขวามากๆ จะรู้สึกทนไม่ไหว แนะนำว่าให้รีบไปพบแพทย์เป็นการด่วน จะได้รีบตรวจวินัยอย่างละเอียด และเริ่มรักษากันไปตามอาการจนกว่าจะหาย น่าจะเป็นสิ่งต้องทำมากที่สุด   5 อาการปวดท้องข้างขวาที่เสี่ยงเป็น 'ไส้ติ่งอักเสบ' 1. ปวดท้องข้างขวาบริเวณรอบๆ สะดือ อาการปวดในลักษณะนี้จะเริ่มปวดที่บริเวณสะดือ แล้วจะย้ายมาปวดท้องข้างขวาล่าง เหมือนเป็นสัญญาณเตือนเล็กๆ ว่า เรากำลังจะเป็นไส้ติ่งอักเสบ อย่ามัวแต่สงสัย ให้ไปพบแพทย์โดยเร่งด่วน 2. ปวดท้องข้างขวาคล้ายกับเป็น 'โรคกระเพาะ' เมื่อมีอาการปวดท้องในลักษณะที่ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือแน่นท้องแล้วละก็ บางคนอาจจะเข้าใจว่านี่คงเป็นเพียงโรคกระเพาะธรรมดาเท่านั้น แต่หากอาการที่เกิดเริ่มเป็นติดต่อกันหลายวัน ประกอบกับอาการปวดท้องก็ปวดหนักขึ้นเรื่อยๆ ให้ลองใช้มือกดที่บริเวณท้องด้านขวาล่าง หากมีอาการเจ็บ หรือปวดมาก ก็แสดงว่าอาจจะเป็นไส้ติ่งอักเสบได้ 3. ปวดท้องข้างขวาอย่างรุนแรง ปวดมาก หรือบางครั้ง อาการปวดก็ไม่ทราบตำแหน่งที่แน่นอน หากมีอาการปวดท้องข้างขวาแบบรุนแรงและเฉียลพลัน แล้วอาการปวดท้องนั้นรุนแรงขึ้นจนแทบทนไม่ไหว ตัวงอ ลุกขึ้นยืนไม่ได้ ไม่มีทีท่าว่าอาการจะทุเลาลง ปวดได้ตลอดเวลา ก็ให้สงสัยได้เลยว่านั่นอาจเป็นสัญญาณบอกว่าเสี่ยงที่จะเป็นไส้ติ่งอักเสบแล้วล่ะ 4. ปวดท้องข้างขวาช่วงล่าง หากรู้สึกปวดท้องในบริเวณนี้ แต่อาการปวดที่มียังไม่มาก ให้ลองใช้นิ้วกดดูจะรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ซ้ำยังมีไข้ รู้สึกเบื่ออาหาร ง่วงเหงาหาวนอน มีอาการคลื่นไส้จะอาเจียนร่วมด้วยอีก ขอให้รู้เอาไว้เลยว่าเริ่มที่จะเป็นไส้ติ่งอักเสบซะแล้ว เพียงยังแค่เริ่มต้น ไม่รุนแรง แต่ก็ควรที่จะเดินทางไปพบแพทย์ ไม่ควรละเลย 5. ปวดท้องข้างขวา ประกอบกับระบบขับถ่ายมีปัญหา ถ้าหากว่ามีอาการท้อง หรือท้องเสียที่ให้ความรู้สึกว่าผิดปกติ ประกอบกับปวดท้องข้างขวาล่าง มีไข้ คลื่นไส้ จะอาเจียน ล้วนแล้วก็เป็นตัวส่งสัญญาว่ากำลังเป็นไส้ติ่งอักเสบอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าอาการปวดท้องที่เกิดขึ้นนั้นจะเป็นอาการเพียงเล็กน้อย แต่ก็เป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามเป็นอันขาด เพราะอาการปวดท้องเป็นสิ่งที่อาจขึ้นได้ตลอดเวลา มาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารผิดสำแดงจนทำให้ระบบการทำงานของลำไส้และระบบย่อยอาหารเกิดความผิดปกติ หรือพฤติกรรมการนอนหลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จ ก็สามารถส่งผลให้มีอาการปวดท้องรูปแบบต่างๆ ได้ ที่สำคัญ หากมีอาการปวดท้องที่ทวีความรุนแรงขึ้น มีอาการปวดเฉพาะจุด ไม่ว่าจะเป็นปวดท้องข้างซ้าย หรือปวดท้องข้างขวา นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของการเกิดโรคร้ายต่างๆ ฉะนั้น เราไม่ควรวางใจและรีบเดินทางไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินัยอย่างละเอียดโดยทันที ก่อนที่อะไรๆ จะสายเกินการควบคุม   >> รู้ไว้ไม่เสียหาย! อาการปวดท้องข้างซ้าย ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ   ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก  Sanook.com ต้องรู้! อาการปวดท้องข้างขวานั้นสื่อถึงโรคอะไรได้บ้าง? - 25/07/2019
25/07/2019
เคล็ดลับดื่มกาแฟอย่างไรโดยไม่เสียสุขภาพ
เคล็ดลับดื่มกาแฟอย่างไรโดยไม่เสียสุขภาพ   สาวๆหนุ่มชาวออฟฟิศหลายคน เช้ามาก็กาแฟหนึ่งแก้ว ตกบ่ายๆง่วงๆอาจจะมีเบิ้ลอีกแก้ว หรือถ้าคืนนั้นต้องอยู่ทำโอที หรือเตรียมพรีเซนต์จนดึกดื่น อาจจะมีแก้วที่สาม แถมยังขาดไม่ได้เลยสักวันอีกต่างหาก เชื่อว่าทุกคนทราบดีว่าการดื่มกาแฟมากเกินไปเป็นผลเสียต่อร่างกายนะคะ ทั้งนอนไม่หลับ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ หรือที่บางคนเกิดอาการมือสั่น ใจสั่นแล้วยังทำให้ผู้ป่วยโรคหัวใจและความดันโลหิตสูงมีอาการมากขึ้นอีกด้วย แต่ถ้าคุณเป็นคอกาแฟตัวยงจริงๆ ไม่อาจหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟได้เลย มีวิธีดื่มกาแฟอย่างไรให้ไม่เสียสุขภาพมาฝากกันค่ะ   เลือกกาแฟที่มีคุณภาพสูง บางคนอาจไม่ทราบว่ากาแฟถือเป็นหนึ่งในพืชที่มีการใช้ยาฆ่าแมลงในการเพาะปลูกมากที่สุดชนิดหนึ่งเลยนะคะ เพราะฉะนั้นเราเลือกกาแฟคุณภาพสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่เป็นออแกนิก แล้วล่ะก็ นอกจากเราจะหลีกเลี่ยงสารตกค้างจากยาฆ่าแมลงได้แล้ว เรายังได้โบนัสคือกลิ่นและรสชาติที่ดีกว่าอีกด้วย   เลือกเครื่องทำกาแฟคุณภาพสูง หากน้ำร้อนจากการชงกาแฟไหลผ่านเครื่องทำกาแฟที่ทำจากพลาสติก อาจทำให้สารเคมีจากพลาสติกไหลลงไปผสมในกาแฟได้ และการรับสารเคมีประเภทนี้มากๆจะทำให้ระบบฮอร์โมนของคุณผิดปกติ เพราะฉะนั้นหากคุณเลือกเครื่องทำกาแฟแบบเอสเพรสโซ๋ที่มีคุณภาพสูง ผ่านการรับรองความปลอดภัยเรียบร้อย คุณก็หมดกังวลเรื่องนี้ไปได้เลยค่ะ   เลือกดื่มให้ถูกเวลา เวลาที่ดื่มกาแฟควรเลือกเป็นช่วงก่อน 14.00 น. ถ้าดื่มหลัง 14.00 น. อาจทำให้ร่างกายมีปัญหานอนไม่หลับ และพยายามเลือกกาแฟที่มีเบสเป็นเอสเพรสโซ่ เช่น อเมริกาโน่ คาปูชิโน่ หรือลาเต้ แทนกาแฟปกติ หรือแบบ 3-in-1 เพราะจะมีปริมาณคาเฟอีนและน้ำตาลน้อยกว่า   เลือกดื่มพร้อมกับทานอาหารที่ดี ชาวอังกฤษเขายังมี Afternoon Tea พร้อมของว่างน่าทาน ไม่ได้มีเพียงเพราะสวยๆเก๋ๆหรอกนะ แต่มันมีประโยชน์ด้วย การดื่มกาแฟกับอาหารที่มีโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต อาหารหรือของว่างเหล่านี้จะช่วยให้ร่างกายค่อยๆ รับคาเฟอีนช้าลง ทีละเล็กทีละน้อย และนานขึ้นโดยที่เราไม่ต้องอัดเข้าไปอีกหลายๆแก้ว รู้อย่างนี้แล้วคราวหน้าลองจิบกาแฟไปพร้อมๆ กับไข่สักฟอง คุ๊กกี้สักชิ้น หรือแซนวิชสักห่อก็ไม่เลวนะ   เลือกดื่มกาแฟก่อนออกกำลังกาย ถ้าอยากออกกำลังกายเพื่อทะลายไขมันละก็ ลองจิบกาแฟก่อนสักเล็กน้อยดูสิ นอกจากจะช่วยเผาผลาญไขมันได้เร็วขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกายให้สูงขึ้นอีกด้วย   เลือกดื่มกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ครีมเทียม หรืออื่นๆดีที่สุด ถ้าคุณติดกาแฟมากจริงๆ อยากให้ลองดื่มกาแฟดำที่ไม่ใส่น้ำตาล ครีมเทียม นม หรืออื่นๆ แล้วดื่มในปริมาณน้อยๆพอ จิบช้าๆให้พอรู้สึกตื่น เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้ทานกาแฟแล้วจะง่วงหงาวหาวนอน ไม่สดใส หรือใครที่ติดคาเฟอีนอาจมีอาการมือสั่น กระวนกระวาย หงุดหงิดได้ ลองดื่มแค่วันละแก้ว และจิบช้าๆดูนะคะ   ถึงแม้กาแฟจะพอมีประโยชน์อยู่บ้าง แต่เราก็อยากแนะนำให้ดื่มน้อยๆ ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องดื่มทุกวัน ถ้าง่วงก็เปลี่ยนมานอนให้เร็วขึ้น หรือหาผลไม้สดทานเพื่อเพิ่มความสดชื่นแจ่มใสในตอนเช้าจะดีกว่านะคะ   ขอขอบคุณ ข้อมูล :harpersbazaar.com เคล็ดลับดื่มกาแฟอย่างไรโดยไม่เสียสุขภาพ - 23/07/2019
23/07/2019
เรื่องใกล้ตัว พบผู้ป่วย โรคลายม์ คนแรกในไทยหลังกลับจากเที่ยวตุรกี
เรื่องใกล้ตัว พบผู้ป่วย โรคลายม์ คนแรกในไทยหลังกลับจากเที่ยวตุรกี ติดเชื้อ โรคลายม์ รอดตายหวุดหวิด (15 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แพทย์ไทยได้ประกาศเตือนระวัง “โรคลายม์” ภาวะสมองอักเสบ ความจำเสื่อม หลังพบผู้ป่วยแรกแรกในประเทศไทย เป็นหญิงวัย 47 ปี ติดเชื้อหลังจากกลับมาจากท่องเที่ยวที่ประเทศตุรกี แต่รักษาช่วยเหลือเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด ทำให้เกิดผลกระทบความทรงจำขาดหายไปบางส่วน   ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ทางด้าน นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ได้โพสต์ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับกรณีนี้ไว้ในเฟซบุ๊คแฟนเพจที่ชื่อ หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC  ใจความว่า โรคลายม์ (Lyme disease) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียโบเรลเลีย (borrelia) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม spirochetes (ดูรูป) เห็บ(ticks)เป็นพาหะนำโรคนี้ โดยกินเลือดจากสัตว์จำพวกสุนัข ม้า กวาง วัว ควาย หนู ที่เป็นตัวกักตุนโรค และนำเชื้อโรคเข้าสู่คนเมื่อมากัดกินเลือดคน โรคนี้พบในหลายประเทศรวมทั้งประเทศตุรกี(ดูแผนที่) ยังไม่มีรายงานโรคนี้ในประเทศไทย อาการของโรคลายม์ในคนจะแสดงออกหลังได้รับเชื้อ 2-4 สัปดาห์ อาการที่พบได้บ่อยคือมีผื่นบริเวณที่ถูกเห็บกัด ไข้ ปวดหัว อ่อนเพลีย เชื้อนี้เล่นงานหลายอวัยวะในคน(ดูรูป)       เห็บ ภาพจาก เพจ หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC     พื้นที่การแพร่ระบาด รูปภาพจาก เพจ หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC   ลักษณะอาการ รูปภาพจาก เพจ หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC ผู้ป่วยหญิงไทยอายุ 47 ปี เพิ่งไปเที่ยวหลายเมืองในประเทศตุรกีนาน 8 วัน หลังกลับมา 17 วัน เริ่มมีไข้ ไอ ปวดหัว ปวดตัว อ่อนเพลีย ไม่มีผื่น เข้านอนรักษาในโรงพยาบาล ตรวจไม่เป็นไข้หวัดใหญ่ หรือไข้เลือดออก เอกซเรย์ปอดปกติ หลังจากนั้นอีก 4 วัน มีไข้ หัวใจเต้นช้า โคม่า หมดสติ มีชักกระตุกใบหน้าขวา แขนขวา ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ทำคอมพิวเตอร์สมอง CT Brain ปกติ ทำคลื่นไฟฟ้าสมอง EEG พบมีสัญญาณเป็นโรคลมชัก ได้ส่งเลือดและน้ำไขสันหลังตรวจหาแบคทีเรียทั่วไป โรคฉี่หนู โรค Rickettsia วัณโรค เชื้อรา ไวรัสต่างๆรวมทั้ง Nipah virus, West Nile virus, Hantavirus, JE virus ,Adenovirus, Flavivirus,Herpes simplex virus, Varicella zoster virus,Epstei-Barr virus, Cytomegalovirus ผลกลับมาปกติ ให้ยากันชักต่อเนื่อง และยาปฏิชีวนะ 2 ขนานคือ Ceftriaxone และ doxycycline 7 วันแรก ต้องทำการเจาะคอเพราะต้องใส่เครื่องช่วยหายใจนาน อาการค่อยๆดีขึ้น ในที่สุดหายใจเอง ถอดเครื่องช่วยหายใจได้ ตื่นดี กลับมารู้เรื่อง   การดำเนินการต่อจากนั้น หลังกลับจากตุรกี 40 วันได้ส่งเลือด Borrellia antibody ตรวจหาโรคลายม์ ผล Borrellia antibody IgG เป็นบวก เข้าได้กับโรคลายม์ ตรวจสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI Brain พบความผิดปกติที่สมองส่วนหน้าด้านซ้าย( left frontal lobe) ผู้ป่วยดีขึ้นช้าๆ นอนรักษาในรพ.2 เดือน หลังจากนั้นอีก 5 เดือนกลับไปทำงานได้ตามปกติ แต่จำเหตุการณ์ย้อนหลังไม่ได้ จำไม่ได้ว่าเคยไปเที่ยวประเทศตุรกี จำไม่ได้ว่าเคยป่วยหนักนอนในรพ. ผู้ป่วยรายนี้น่าจะรับเชิ้อ Borellia ในประเทศตุรกี หลังจากนั้น 3-4 สัปดาห์ มีไข้ สมองอักเสบ (Neuroborreliosis) หัวใจเต้นช้า ต่อมาต้องใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้าอีก 4 เดือนถัดมา วินิจฉัยเป็นโรคลายม์โดยการตรวจทางห้องปฏิบัติการหาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ Borrelia ในเลือด ผู้ป่วยรายนี้ได้รับยาปฏิชีวนะ doxycycline และ ceftriaxone ตรงกับโรคนี้ตั้งแต่ต้น อาการจึงค่อยๆดีขึ้นช้าๆ โรคนี้ไม่พบในประเทศไทยและพบไม่บ่อยในประเทศตุรกี คนไทยที่ไปท่องเที่ยวประเทศตุรกีกลับมา ก็ไม่มีรายงานว่าเคยป่วยเป็นโรคนี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC   ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก goodlifeupdate.com เรื่องใกล้ตัว พบผู้ป่วย โรคลายม์ คนแรกในไทยหลังกลับจากเที่ยวตุรกี - 19/07/2019
19/07/2019
วันเข้าพรรษา แรม 1 ค่ำ เดือน 8
วันเข้าพรรษา แรม 1 ค่ำ เดือน 8 ประวัติวันเข้าพรรษา           "เข้าพรรษา" แปลว่า "พักฝน" หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่ประชาชนไปในที่ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่น ๆ จนเสียหาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำพรรษาให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน โดยแบ่งเป็น               - ปุริมพรรษา หรือ วันเข้าพรรษาแรก เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี หรือถ้าปีใดมีเดือน 8 สองครั้ง ก็เลื่อนมาเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 หลัง และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11           - ปัจฉิมพรรษา หรือวันเข้าพรรษาหลัง เริ่มตั้งแต่ วันแรมค่ำ 1 เดือน 9 จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12           อย่างไรก็ตามหากมีกิจธุระ คือเมื่อเดินทางไปแล้วไม่สามารถจะกลับได้ในเดียวนั้น ก็ทรงอนุญาตให้ไปแรมคืนได้ คราวหนึ่งไม่เกิน 7 คืน เรียกว่า "สัตตาหะ" หากเกินกำหนดนี้ถือว่าไม่ได้รับประโยชน์แห่งการจำพรรษา จัดว่าพรรษาขาด           สำหรับข้อยกเว้นให้ภิกษุจำพรรษาที่อื่นได้ โดยไม่ถือเป็นการขาดพรรษา เว้นแต่เกิน 7 วัน ได้แก่           1. การไปรักษาพยาบาลภิกษุ หรือบิดามารดาที่เจ็บป่วย            2. การไประงับภิกษุสามเณรที่อยากจะสึกมิให้สึกได้            3. การไปเพื่อกิจธุระของคณะสงฆ์ เช่น การไปหาอุปกรณ์มาซ่อมกุฏิที่ชำรุด            4. หากทายกนิมนต์ไปทำบุญ ก็ไปฉลองศรัทธาในการบำเพ็ญกุศลของเขาได้           นอกจากนี้หากระหว่าง เดินทางตรงกับวันหยุดเข้าพรรษาพอดี พระภิกษุสงฆ์เข้ามาทันในหมู่บ้านหรือในเมืองก็พอจะหาที่พักพิงได้ตามสมควร แต่ถ้ามาไม่ทันก็ต้องพึ่งโคนไม้ใหญ่เป็นที่พักแรม ชาวบ้านเห็นพระได้รับความลำบากเช่นนี้ จึงช่วยกันปลูกเพิง เพื่อให้ท่านได้อาศัยพักฝน รวมกันหลาย ๆ องค์ ที่พักดังกล่าวนี้เรียกว่า "วิหาร" แปลว่า ที่อยู่สงฆ์ เมื่อหมดแล้ว พระสงฆ์ท่านออกจาริกตามกิจของท่านครั้ง ถึงหน้าฝนใหม่ท่านก็กลับมาพักอีก เพราะสะดวกดี แต่บางท่านอยู่ประจำเลย บางทีเศรษฐีมีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ก็เลือกหาสถานที่สงบเงียบไม่ห่างไกลจากชุมชนนัก สร้างที่พัก เรียกว่า "อาราม" ให้เป็นที่อยู่ของสงฆ์ดังเช่นปัจจุบันนี้            ทั้งนี้ โดยปกติเครื่องใช้สอยของพระตามพุทธานุญาตให้มีประจำตัวนั้น มีเพียงอัฐบริขาร อันได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ เข็ม บาตร รัดประคด หม้อกรองน้ำ และมีดโกน และกว่าพระท่านจะหาที่พักแรมได้ บางทีก็ถูกฝนต้นฤดูเปียกปอนมา ชาวบ้านที่ใจบุญจึงถวายผ้าอาบน้ำฝนสำหรับให้ท่านได้ผลัดเปลี่ยน และถวายของจำเป็นแก่กิจประจำวันของท่านเป็นพิเศษในเข้าพรรษา นับเป็นเหตุให้มีประเพณีทำบุญเนื่องในวันนี้สืบมา...            อย่างไรก็ตาม แม้การเข้าพรรษาจะเป็นเรื่องของพระภิกษุ แต่พุทธศาสนิกชนก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ทำบุญรักษาศีล และชำระจิตใจให้ผ่องใส ก่อนวันเข้าพรรษาชาวบ้านก็จะไปช่วยพระทำความสะอาดเสนาสนะ ซ่อมแซมกุฏิวิหารและอื่น ๆ พอถึงวันเข้าพรรษาก็จะไปร่วมทำบุญตักบาตร ถวายเครื่องสักการะบูชา ดอกไม้ ธูปเทียน และเครื่องใช้ เช่น สบู่ ยาสีฟัน เป็นต้น พร้อมฟังเทศน์ ฟังธรรม และรักษาอุโบสถศีลกันที่วัด บางคนอาจตั้งใจงดเว้นอบายมุขต่าง ๆ เป็นกรณีพิเศษ เช่น งดเสพสุรา งดฆ่าสัตว์ เป็นต้น อนึ่ง บิดามารดามักจะจัดพิธีอุปสมบทให้บุตรหลานของตน โดยถือกันว่าการเข้าบวชเรียนและอยู่จำพรรษาในระหว่างนี้จะได้รับอานิสงส์ อย่างสูง              นอกจากนี้ ยังมีประเพณีสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย คือ "ประเพณีหล่อเทียนเข้าพรรษา" ประเพณีที่กระทำกันเมื่อใกล้ถึงฤดูเข้าพรรษา ซึ่งมีมาตั้งแต่โบราณกาล การหล่อเทียนเข้าพรรษานี้ มีอยู่เป็นประจำทุกปี เพราะในระยะเข้าพรรษา พระภิกษุจะต้องมีการสวดมนต์ทำวัตรทุกเช้า-เย็น และในการนี้จะต้องมีธูป-เทียนจุดบูชาด้วย พุทธศาสนิกชนทั้งหลายจึงพร้อม ใจกันหล่อเทียนเข้าพรรษาสำหรับให้พระภิกษุจุดเป็นการกุศลทานอย่างหนึ่ง เพราะเชื่อกันว่าในการให้ทานด้วยแสงสว่าง จะมีอานิสงส์เพิ่มพูนปัญญาหูตาสว่างไสว            ตามชนบทนั้น การหล่อเทียนเข้าพรรษาทำกันอย่างเอิกเกริกสนุกสนานมาก เมื่อหล่อเสร็จแล้ว ก็จะมีการแห่แหนรอบพระอุโบสถ 3 รอบ แล้วนำไปบูชาพระตลอดระยะเวลา 3 เดือน บางแห่งก็มีการประกวดการตกแต่ง มีการแห่แหนรอบเมืองด้วยริ้วขบวนที่สวยงาม โดยถือว่าเป็นงานประจำปีเลยทีเดียว     กิจกรรมต่าง ๆ ที่ควรปฏิบัติในวันเข้าพรรษา           - ร่วมกิจกรรมทำเทียนจำนำพรรษา            - ร่วมกิจกรรมถวายผ้าอาบน้ำฝน และจตุปัจจัย แก่พระภิกษุสามเณร            - ร่วมทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรมเทศนา รักษาอุโบสถศีล            - อธิษฐานงดเว้นอบายมุขต่าง ๆ     ขอขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ www1.culture.go.th  เว็บไซต์ธรรมะไทย  Kapook.com ประวัติวันเข้าพรรษา หรือ แรม 1 ค่ำ เดือน 8 - 15/07/2019
15/07/2019
วันอาสาฬหบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8
วันอาสาฬหบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8                                            วันอาสาฬหบูชา คือวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก หลังจากตรัสรู้ได้ 2 เดือน โดยแสดงปฐมเทศนาโปรดพระปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ได้แก่ พระโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และพระอัสสชิ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ จนพระอัญญาโกณฑัญญะ ได้บรรลุธรรมและขอบวชเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา จึงถือว่าวันนี้มีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์ครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนพุทธศักราช 45 ปี วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 เป็นวันที่มีพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ครบเป็นองค์รัตนตรัยครั้งแรกในโลก ซึ่งพระสงฆ์องค์แรกคือ พระอัญญาโกณฑัญญะ และปฐมเทศนาที่ทรงแสดงคือ ธรรมจักกัปวัตนสูตร หมายถึง พระสูตรว่าด้วยการยังธรรมจักรให้เป็นไป นั่นคือ ธรรมะของพระพุทธองค์เหมือนวงล้อธรรมที่ได้เริ่มเคลื่อนแล้วจากจุดเริ่มต้นในวันนี้  ทั้งนี้ คำว่า "อาสาฬหบูชา" สามารถอ่านได้ 2 แบบ คือ อา-สาน-หะ-บู-ชา หรือ อา-สาน-ละ-หะ-บู-ชา ซึ่งจะประกอบด้วยคำ 2 คำ คือ อาสาฬห ที่แปลว่า เดือน 8 ทางจันทรคติ กับคำว่า บูชา ที่แปลว่า การบูชา เมื่อนำมารวมกันจึงแปลว่า การบูชาในเดือน 8 หรือการบูชาเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในเดือน 8    พระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 เรียกว่า "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" แปลว่า พระสูตรแห่งการหมุนวงล้อธรรม ซึ่งหลังจากปฐมเทศนา หรือเทศนากัณฑ์แรกที่พระองค์ทรงแสดงจบลง พระอัญญาโกณฑัญญะก็ได้ดวงตาเห็นธรรม สำเร็จเป็นพระโสดาบัน จึงขออุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าก็ได้ประทานอุปสมบทให้ด้วยวิธีที่เรียกว่า "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" พระโกณฑัญญะจึงได้เป็น พระอริยสงฆ์องค์แรกในพระพุทธศาสนา ต่อมา พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และพระอัสสชิ ก็ได้ดวงตาเห็นธรรม และได้อุปสมบทตามลำดับ   สำหรับใจความสำคัญของการปฐมเทศนา มีหลักธรรมสำคัญ 2 ประการ คือ  1. มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง เป็นข้อปฏิบัติที่เป็นกลาง ๆ ถูกต้องและเหมาะสมที่จะให้บรรลุถึงจุดหมายได้ มิใช่การดำเนินชีวิตที่เอียงสุด 2 อย่าง หรืออย่างหนึ่งอย่างใด คือ การหมกมุ่นในความสุขทางกาย มัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง รวมความเรียกว่าเป็นการหลงเพลิดเพลินหมกมุ่นในกามสุข หรือกามสุขัลลิกานุโยค การสร้างความลำบากแก่ตน ดำเนินชีวิตอย่างเลื่อนลอย เช่น บำเพ็ญตบะการทรมานตน คอยพึ่งอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น ซึ่งการดำเนินชีวิตแบบที่ก่อความทุกข์ให้ตนเหนื่อยแรงกาย แรงสมอง แรงความคิด รวมเรียกว่า อัตตกิลมถานุโยค  ดังนั้น เพื่อละเว้นห่างจากการปฏิบัติทางสุดเหล่านี้ ต้องใช้ทางสายกลาง ซึ่งเป็นการดำเนินชีวิตด้วยปัญญา โดยมีหลักปฏิบัติเป็นองค์ประกอบ 8 ประการ เรียกว่า อริยอัฏฐังคิกมัคค์ หรือ มรรคมีองค์ 8 ได้แก่  1. สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ คือ รู้เข้าใจถูกต้อง เห็นตามที่เป็นจริง  2. สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ คือ คิดสุจริตตั้งใจทำสิ่งที่ดีงาม  3. สัมมาวาจา เจรจาชอบ คือ กล่าวคำสุจริต  4. สัมมากัมมันตะ กระทำชอบ คือ ทำการที่สุจริต  5. สัมมาอาชีวะ อาชีพชอบ คือ ประกอบสัมมาชีพหรืออาชีพที่สุจริต  6. สัมมาวายามะ พยายามชอบ คือ เพียรละชั่วบำเพ็ญดี 7. สัมมาสติ ระลึกชอบ คือ ทำการด้วยจิตสำนึกเสมอ ไม่เผลอพลาด  8. สัมมาสมาธิ ตั้งจิตมั่นชอบ คือ คุมจิตให้แน่วแน่มั่นคงไม่ฟุ้งซ่าน  2. อริยสัจ 4 แปลว่า ความจริงอันประเสริฐของอริยะ ซึ่งคือ บุคคลที่ห่างไกลจากกิเลส ได้แก่  1. ทุกข์ ได้แก่ ปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ บุคคลต้องกำหนดรู้ให้เท่าทันตามความเป็นจริงว่ามันคืออะไร ต้องยอมรับรู้ กล้าสู้หน้าปัญหา กล้าเผชิญความจริง ต้องเข้าใจในสภาวะโลกว่าทุกสิ่งไม่เที่ยง มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น ไม่ยึดติด  2. สมุทัย ได้แก่ เหตุเกิดแห่งทุกข์ หรือสาเหตุของปัญหา ตัวการสำคัญของทุกข์ คือ ตัณหาหรือเส้นเชือกแห่งความอยากซึ่งสัมพันธ์กับปัจจัยอื่นๆ  3. นิโรธ ได้แก่ ความดับทุกข์ เริ่มด้วยชีวิตที่อิสระ อยู่อย่างรู้เท่าทันโลกและชีวิต ดำเนินชีวิตด้วยการใช้ปัญญา  4. มรรค ได้แก่ กระบวนวิธีแห่งการแก้ปัญหา อันได้แก่ มรรคมีองค์ 8 ประการดังกล่าวข้างต้น    กิจกรรมวันอาสาฬหบูชา  พิธีกรรมที่กระทำในวันนี้ โดยทั่วไป คือ ทำบุญ ตักบาตร รักษาศีล เวียนเทียน ฟังพระธรรมเทศนา (ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร) และสวดมนต์ ดังนั้นในวันนี้จึงถือว่า พุทธศาสนิกชนควรได้รับประโยชน์ที่เป็นสาระสำคัญจากอาสาฬหบูชา กล่าวคือ ควรทบทวนระลึกเตือนใจสำรวจตนว่า ชีวิตเราได้เจริญงอกงามขึ้นด้วยความเป็นอยู่อย่างผู้รู้เท่าทันโลกและชีวิตนี้บ้างแล้วเพียงใด เรายังดำเนินชีวิตอยู่อย่างลุ่มหลงมัวเมา หรือมีจิตใจอิสระปลอดโปร่งผ่องใสบ้างแล้วเพียงใด ขอบคุณข้อมูลจาก  : www.coj.go.t , kapook.com ประวัติวันอาสาฬหบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 - 15/07/2019
15/07/2019
เพราะอะไร คนถึงตกเป็นเหยื่อให้กับเหล่ามิจฉาชีพได้ง่ายๆ ?
เพราะอะไร คนถึงตกเป็นเหยื่อให้กับเหล่ามิจฉาชีพได้ง่ายๆ ? ข่าวทุกวันนั้นที่มีออกมาหนีไม่พ้นในเรื่องของการถูกหลอกลวงหรือถูกต้มตุ๋นกันมีให้เห็นกันไม่เว้นในแต่ละวัน กลลวงนั้นก็มีในรูปแบบที่แตกต่างกันไป เรียกได้ว่ามีหลอกลวงกันทั่วทุกแขนงในสังคมไทยเลยก็ว่าได้ ไม่เฉพาะแต่คนที่มีอายุน้อยประสบการณ์การใช้ชีวิตน้อยเท่านั้นที่จะถูกหลอก แม้แต่คนในวัยทำงานหรือแม้แต่คนแก่ ผู้สูงอายุก็ถูกหลอกกันได้แบบถ้วนหน้า ต่อให้มีเงินมีฐานะหรือมีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีดีแค่ไหน บางทีก็ยังมีโอกาสถูกหลอกได้เหมือนกัน   สำหรับเหตุการณ์การหลอกลวงที่เป็นข่าวนั้น ก็เป็นเรื่องราวดังนี้ แก๊งค์ call center ที่เน้นหลอกลวงผู้สูงอายุให้โอนเงินเข้าบัญชี โดยหลอกว่าคนในครอบครัวหรือลูกหลานกำลังประสบภาวะเหตุการณ์บางอย่างอยู่ แชร์ลูกโซ่ ที่มาในรูปแบบที่แตกต่างกันไป อย่างที่เห็นล่าสุดก็จะเป็นการหลอกลวงให้เหยื่อนำเงินมาลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูง พร้อมกับให้ชักชวนคนในครอบครัวและเพื่อนฝูงมาสมัครเป็นสมาชิกด้วย หลอกให้โอนเงิน เป็นรูปแบบของการติดต่อจากชาวต่างชาติโดยใช้ระยะเวลานานเพื่อให้เหยื่อตายใจ โดยมากเป็นเรื่องรักใครทำนองชู้สาว มีการหลอกว่าส่งของมีมูลค่ามากหรือเป็นเงินสกุลต่างประเทศมาให้ โดยเราต้องโอนเงินค่าธรรมเนียมหรือค่าปรับของศุลกากรไปยังบริษัทที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อหลอกลวงเหยื่อโดยเฉพาะ หลอกให้ซื้อบัตรเติมเงินของทรู เป็นการอ้างชื่อของคุณตัน อิชิตัน ว่าเราเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลเป็นเงินสดมูลค่า 1 ล้านบาท แต่ก่อนรับรางวัลจะต้องมีขั้นตอนในการเสียภาษีโดยให้ซื้อบัตรสลิปหรือบัตรเติมเงินของทรูมูฟ 1,000 บาท จำนวน 5 ใบ แล้วให้ถ่ายรูปส่งไป หลังจากนั้นจะนำหลักฐานการเสียภาษีไปติดต่อเพื่อรับเงินรางวัลมามอบให้เรา กว่าเหยื่อจะรู้ตัวว่าโดนหลอกบัตรเติมเงินที่ซื้อไว้ก็ถูกใช้จนเงินหมดเรียบร้อยแล้ว หลอกพาไปทำงานต่างประเทศ เสียเงินเสียทองไปมากมาย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไปเป็นพวกเอเย่นต์ผี หลอกว่าให้เรียนฟรี 15 วัน จากสถาบันสอนภาษา แต่เมื่อเดินทางไปกลับพบว่าเป็นการพยายามที่จะขายคอร์สเรียนภาษาอังกฤษราคาแพงมาก เมื่อขอตัดสินใจก็จะให้ลงทะเบียนไว้ก่อนโดยมีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน 500 บาท หลอกขายตัวละครโปเกมอน มีการพยายามหลอกขายตัวละครในเกมโปเกมอน โดยผู้เล่นจะต้องให้ข้อมูลส่วนตัว หลอกขายสินค้าในเฟซบุ้ก โดยให้ลูกค้าโอนเงินให้ก่อน อาจมีการส่งสินค้าให้ในงวดแรก ๆ เมื่อออเดอร์สินค้าเพิ่มขึ้นในช่วงหลังก็กำเงินที่ลูกค้าโอนเงินค่าสินค้าให้ก่อนหายเข้ากลีบเมฆไปเลย หลอกหารายได้เสริมผ่านเน็ต เป็นอีกช่องทางหนึ่งของกลโกลในธุรกิจแชร์ลูกโซ่ หากินบนความต้องการในการหารายได้เสริมของผู้คน เมื่อสมัครก็อาจมีค่าสมัครและต้องเดินทางเข้าไปเข้าอบรมฟัง เมื่อไปก็จะเป็นแผนธุรกิจการหาสมาชิกเพื่อให้ได้เงิน ไม่ใช่เป็นการทำงานผ่านเน็ตแต่อย่างใด หลอกให้ทำประกัน โดยให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนหรืออาจมีข้อมูลที่ผิดพลาดเบี่ยงเบนไปด้วยซ้ำ อาศัยว่าลูกค้าประกันส่วนใหญ่ไม่ค่อยอ่านหรือเช็คกรมธรรม์ในภายหลัง กว่าจะรู้ว่าประกันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดก็ส่งค่าเบี้ยประกันไปหลายงวดแล้ว นี่เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงยังมีเรื่องราวที่หลอกลวงกันมากกว่านี้อื่น รูปแบบแต่ละอย่างของการหลอกลวงก็มีความเสียหายของเหยื่อที่แตกต่างกันไป บางอย่างก็ไม่ได้ผลกระทบอะไรมากนักเป็นแค่เพียงการแชร์ข้อมูลแบบผิด ๆ หรือเกิดเป็นอีเมลขยะ แต่ความเสียหายบางอย่างก็ถือว่าใหญ่หลวงต้องเสียเงินเสียทองมากมาย บางคนหลงเชื่อทำให้ต้องสูญเสียเงินที่เก็บมาทั้งชีวิตก็มีข่าวมาให้เห็นแล้วเช่นกัน เมื่อมานั่งวิเคราะห์ดูกลโกงในรูปแบบต่าง ๆ ว่าเพราะเหตุใดจึงยังมีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งที่บางรูปแบบก็เห็นกันมานานหลายสิบปี ก็ยังมีเหยื่อให้ถูกหลอกอยู่ได้เรื่อย ๆ ขนาดแม้แต่คนที่เรียนจบมาสูง มีการศึกษาดี มีความรู้ในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นอย่างดี ก็ไม่พ้นที่จะถูกหลอกตกเป็นเหยื่อได้เช่นเดียวกัน คนที่จะโดนหลอกหรือตกเป็นเหยื่อได้ง่ายนั้น ที่จริงไม่ได้มีสูตรสำเร็จว่าจะต้องหลอกคนที่มีอายุมาก คนที่มีเงินน้อยหรือคนที่ไม่มีการศึกษาถึงจะสำเร็จได้มากกว่า เรื่องการถูกหลอกง่ายหรือยากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับจิตวิทยามากกว่า คนทุกวัย ทุกฐานะและทุกระดับการศึกษามีโอกาสที่จะตกเป็นเหยื่อและถูกหลอกได้เหมือนกัน เพราะผู้ที่ต้องการหลอกนั้นเขาต้องสรรหาวิธีการแทบทุกชนิดเพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อ คนเหล่านี้รู้ดีว่าคนส่วนใหญ่ต้องการอะไร ก็จะใช้จุดนั้นมาเป็นกลลวงในการชักจูงเพื่อให้เหยื่อปฏิบัติตามสิ่งที่ตัวเองต้องการ   ในเชิงจิตวิทยาบางสถานการณ์มนุษย์เราก็ไม่ได้ตัดสินใจด้วยเหตุด้วยผล ทั้งที่จริงแล้วเราเป็นคนมีเหตุผลก็ตาม  อย่างที่เคยมีการทดลองในเรื่องให้เลือกภาพว่าเส้นใดจาก 3 เส้นที่ยาวที่สุด เมื่อเรามองและตัดสินใจก็จะเห็นว่าต้องตอบเส้นที่ 2 แต่หากคนที่เข้าร่วมกลุ่มการทดลองกับเราทุกคนตอบเส้นที่ 1 คนส่วนใหญ่ก็มักจะเปลี่ยนไปเลือกเส้นที่ 1 ตามโดยละทิ้งความมีเหตุมีผลของคำตอบเพื่อไปเลือกตามคนส่วนใหญ่ เรื่องจิตวิทยานี้แหละที่เป็นสิ่งอธิบายถึงการกระทำของคนส่วนใหญ่ที่บางครั้งเราก็ไม่รู้ตัวว่าเราทำอะไรลงไป คนส่วนใหญ่ที่ตกเป็นเหยื่อให้กับเหล่ามิจฉาชีพพวกนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะเหตุผลต่อไปนี้ โลภ อยากรวย ทุกคนก็ย่อมอยากรวย อยากมีเงินมากกันจนบางครั้งทำให้เหมือนกันลืมมองเหตุผลและความเป็นไปได้ของเรื่องราวหรือเหตุการณ์ จึงเหมือนเป็นคนตาบอดที่สุดท้ายก็ต้องถูกหลอกเสียเงินมากน้อยกันไป รู้ไม่เท่าทัน กลโกงที่มักมาในรูปแบบใหม่ ๆ ที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อหลอกทำให้ดูน่าเชื่อถือมาก บางกลโกงมีกลยุทธ์หรือวิธีการที่ทำให้เหยื่อตายใจและหลงเชื่อก่อน แล้วจึงค่อยหลอกในภายหลัง วิธีนี้ทำให้หลายคนถูกหลอกเอาได้ง่าย ๆ เช่นกัน ไม่ใช้เหตุผล เมื่อต้องตัดสินใจในเรื่องเฉพาะหน้าคนส่วนใหญ่มักใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลและมักขาดสติในการไตร่ตรองเรื่องราวและเหตุการณ์อย่างรอบคอบเสียก่อน เชื่อคนง่าย คนส่วนใหญ่ใจอ่อน หลงเชื่ออะไรง่าย ๆ ลืมคิดลืมตั้งคำถามกับตัวเองว่าเหตุการณ์เหล่านั้นเป็นไปได้หรือไม่ พอเชื่อหรือไว้ใจแล้วก็ลืมขั้นตอนในการตรวจสอบไป ทำตามคนอื่น เมื่อเห็นว่ามีคนส่วนใหญ่ทำกันมากมายก็ทำตามโดยไม่ได้หาข้อมูล เรียกว่าเขาเฮไหนก็เฮตาม สุดท้ายก็โดนต้มกันยกแก๊งค์ ไม่มีข้อมูล ขาดการติดตามข่าวสาร บางคนไม่สนใจติดตามข่าวสารข้อมูลในเรื่องกลโกงเหล่านี้ ซึ่งที่จริงแล้วถือเป็นประโยชน์มาก  ทำให้กลโกงแบบซ้ำ ๆ ที่ทำกันมานานจึงสามารถยังใช้หลอกคนได้อยู่เรื่อย ๆ คราวนี้เราไปลองดูมุมมองของ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ที่เคยให้สัมภาษณ์ลงในหนังสือสารคดีเมื่อปลายปีที่ผ่านมา อาจารย์ได้บอกไว้ว่าให้เราการดำเนินชีวิตของเราในทุกวันนี้ก็อยู่ภายใต้การถูกหลอกลวงอยู่แล้วในทุกวัน ทั้งจากการโฆษณาชวนเชื่อที่เกินจริงต่าง ๆ อาจารย์ได้อ้างคำกล่าวของมาร์ก ทเวน ว่าการหลอกคนนั้นง่ายกว่าการทำให้คนถูกหลอกยอมรับว่าตัวเองโดนหลอก ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงทีเดียว เรื่องที่แชร์กันในโลกออนไลน์ในทุกวันนี้นั้น กว่า 80-90% ก็แทบจะไม่เป็นความจริง เมื่อเราต้องพบเจอกับเหตุการณ์ใดก็ตามอาจารย์ได้ให้คำแนะนำว่าให้เราทำตัวเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องคอยตั้งข้อสังเกต คิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลเป็นตรรกะ คิดให้มาก ๆ ตั้งคำถามให้เยอะ ๆ ว่าหากเราทำแบบนี้แล้วจะเป็นอย่างไรต่อ อย่าแค่เพียงทำตามคนส่วนใหญ่ โลภ อยากรวย โดยไม่หาข้อมูลหรือศึกษาหาความรู้ก่อน มิเช่นนั้นก็มีโอกาสที่จะโดนหลอกกันได้ง่าย ๆ   สิ่งที่ต้องระลึกอยู่เสมอ ก็คือ ของฟรีไม่มีในโลกและไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ สำหรับการหลอกลวงที่ใช้ความอยากรวยเป็นที่ตั้ง ท่องไว้เลยจริง ๆ อะไรที่มันง่ายนักมักจะมีอะไรที่แอบแฝง บางครั้งก็ต้องหัดมองโลกในแง่ไม่ดีไว้บ้าง หากเช็คหรือตรวจสอบข้อมูลก่อนได้ ให้ทำก่อนเสมอ ไม่มีอะไรเสียหายหากจะเสียเวลาเช็คเพียงเล็กน้อย ดีกว่าเราต้องสูญเสียอะไรที่มากมายกว่าเวลาแน่นอน อย่าแชร์ข้อมูลส่วนตัวให้ใครที่เราไม่รู้จัก โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ คิดให้มาก ตั้งคำถามให้มาก หากเรารู้ว่าเราเชื่อคนง่าย ให้ปรึกษาคนใกล้ตัว ปรึกษาหลาย ๆ คน บางคนมีข้อมูลมีประสบการณ์มากกว่าเราก็จะให้คำแนะนำเราได้ สุดท้ายคือต้องเปิดหูเปิดตาอยู่เสมอ อ่านข่าวสารเพื่อให้มีข้อมูลอัพเดทในเรื่องกลโกงในรูปแบบต่าง ๆ จะได้ไม่โดนหลอกซ้ำ อ้างอิง http://www.sarakadee.com/2015/11/16/jessada-psuedo-science/3/ http://www.vcharkarn.com/varticle/44263 เพราะอะไร คนถึงตกเป็นเหยื่อให้กับเหล่ามิจฉาชีพได้ง่ายๆ ? - 12/07/2019
12/07/2019