News
บัตรเครดิต วีซ่าแพลทินัม โตโยต้า คู่ใจคนรักโตโยต้า   รับส่วนลด 15% เฉพาะค่าอะไหล่แท้โตโยต้า (ยกเว้น ค่าแรง อุปกรณ์ตกแต่ง ยาง แบตเตอรี่ และเคมีภัณฑ์) ที่ศูนย์บริการโตโยต้าที่เข้ารับบริการ วันนี้ - 30 เม.ย. 62 รับ 50 แต้ม T-MEx เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรครบทุก 1,000 บาท (เฉพาะยอดค่าอะไหล่ในส่วนของงานซ่อม ไม่รวมค่าแรง อุปกรณ์ตกแต่ง ยาง แบตเตอรี่ และเคมีภัณฑ์ หลังจากหักส่วนลด 15% และไม่รวม VAT) สงวนสิทธิ์มอบแต้ม T-Mex เฉพาะรถยนต์ส่วนบุคคลเท่านั้น รถยนต์ในนามบริษัท ไม่เข้าร่วมรายการ ผ่อน 0% นาน 6 เดือน เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร 3,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป เฉพาะศูนย์บริการโตโยต้าที่ร่วมรายการ 1,000 คะแนน = 100 บาท มูลค่าขั้นต่ำในการแลกทุก 1,000 บาท แทนเงินสด 100 บาท และชำระเพิ่มเติมด้วยบัตรเครดิตวีซ่า แพลทินัม โตโยต้า ธนาคารกรุงเทพ           สิทธิประโยชน์ระดับแพลทินัม คะแนนสะสม เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรทุก 25 บาท จะได้รับคะแนนสะสม 1 คะแนน สะสมเพื่อแลกรับของกำนัลมากมายจาก "บัวหลวง Thank You Rewards" สะสมไมล์เดินทาง จากการบินไทย (Royal Orchid Plus) หรือบางกอกแอร์เวย์ส (FlyerBonus) หรือแอร์เอเชีย (BIG Loyalty) แผนประกันอุบัติเหตุการเดินทาง วงเงินคุ้มครองสูงสุด 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ แผนประกันอุบัติเหตุการเดินทาง วงเงินคุ้มครองสูงสุด 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ รับส่วนลดและสิทธิประโยชน์พิเศษมากมาย รับความคุ้มค่าจากการใช้จ่ายในสินค้าและบริการหมวดต่างๆ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง สุขภาพ ความงาม และกีฬา   บัตรเครดิต วีซ่าแพลทินัม โตโยต้า คู่ใจคนรักโตโยต้า - 13/05/2019
เช็คอาการ คนใกล้ตัวเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่?!
เช็คอาการ คนใกล้ตัวเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่?! โรคซึมเศร้า เป็นภาวะโรคที่พบได้ใกล้ตัวมากๆ เลยนะคะ และยังดูได้ยากอีกด้วยว่าคนที่เราเจอๆ กันอยู่มีสภาวะของโรคซึมเศร้าอยู่ไหม เพราะกับผู้ป่วยบางคนไม่มีสัญญาณเตือน ยังใช้ชีวิตได้ปกติ ยิ้มแย้มหัวเราะร่าเริงได้อยู่ แล้วยิ่งหากเกิดกับคนใกล้ตัว มันเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดเลยล่ะค่ะ ทั้งๆ ที่มันสามารถเกิดได้กับทุกๆ คน   วันนี้ เราเลยขอนำเสนอข้อมูลเอาไว้ใช้สังเกตคนใกล้ตัวของเรา ว่ามีอาการที่มีส่วนเกิดมาจากโรคซึมเศร้ากันไหม เพราะบางครั้งเราอาจจะมองไม่ออก แต่หากสังเกตดีๆ เราอาจจะพบอาการที่คนใกล้ตัวของเราเริ่มรู้สึกไม่ไหวแล้วก็ได้นะคะ มาลองดูกันค่า ว่าเพื่อนเรา คนใกล้ตัวของเรามีอาการเหล่านี้กันอยู่บ้างไหม?   1. เครียด, เบื่อ, เซ็ง, เหนื่อย เป็นคำที่พูดบ่อย คนใกล้ตัวของเรามักจะพูดคำว่า เบื่อๆ เหนื่อยๆ เครียดๆ หรือเซ็งๆ หลายครั้ง ให้เราฟังบ่อยๆ แบบจริงจัง หากพูดเรื่องเดิมๆ ในความรู้สึกเดิมๆ เขาก็อาจจะเริ่มมีภาวะซึมเศร้าขึ้นมาแล้วก็ได้นะคะ แต่ก็ต้องดูองค์ประกอบข้ออื่นๆ ร่วมด้วยอีกค่ะ 2. ดูหดหู่ ซึม ไม่อยากทำอะไร นอกจากจะพูดบ่อยๆ แล้วว่า เบื่อ, เซ็ง, เครียด, เหนื่อย คนใกล้ตัวของเราก็ดูมีอาการซึมๆ อะไรที่เคยชอบทำแล้วมีความสนุก ก็ไม่อยากทำแล้ว อยากอยู่นิ่งๆ เฉยๆ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในอาการที่ผิดปกติ และนำไปสู่โรคซึมเศร้าได้นะคะ 3. บางคนเก็บตัว บางคนไม่อยากอยู่คนเดียว อาการนี้แต่ละคนจะมีไม่เหมือนกันนะคะ บางก็อยากจะเก็บตัวอยู่เงียบๆ คนเดียวกับบางคนก็จะพูดว่า ไม่อยากอยู่คนเดียวเลยแบบจริงจัง และบ่อยขึ้น ใครที่คนใกล้ตัวมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปแบบนี้ เริ่มระวังกันได้แล้วนะคะ 4. สมาธิสั้น ความจำแย่ลง บางคนย้ำคิดย้ำทำ เนื่องจากโรคซึมเศร้าเกิดได้ทั้งปัจจัยพันธุกรรมและปัจจัยแวดล้อม คือสภาพความเป็นอยู่และสังคม ให้ฮอร์โมนในสมองหลั่งสารได้ผิดปกติ ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ย่อมทำให้สมองทำงานได้ผิดปกติ บางคนก็สมาธิสั้น สนใจอะไรไม่ได้นานๆ และเริ่มขี้ลืม พูดอะไรดูเหมือนไม่ค่อยใส่ใจ กับบางคนก็ย้ำคิดย้ำทำเรื่องเดียวซ้ำๆ แบบไม่ปล่อย ทำให้รู้สึกว่าเครียดได้ หากคนใกล้ตัวเริ่มมีอาการแบบนี้ ควรเพิ่มใกล้ชิดอีกสักนิด ใจเย็นอีกสักหน่อยนะคะ 5. มองโลกแง่ลบ เป็นเวลานาน มองโลกในแง่ร้ายมากขึ้น ทั้งยังพูดและแอบรู้สึก รวมไปถึงการตั้งโพสต์โซเชี่ยลในเชิงดูถูกตัวเอง รู้สึกเศร้าใจและรู้สึกหมองๆ ไม่สดใสร่าเริง คนใกล้ชิดควรลองหาโอากสพูดคุยให้เขาลองเปิดใจ และไม่ควรปล่อยให้อยู่คนเดียวเลยค่ะ 6. อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย นอกจากความเศร้าหมองหูหู่แล้ว พฤติกรรมด้านอารมณ์ยังสังเกตุได้ง่ายอีกด้วย หากคนใกล้ตัวของคุณมีพติกรรมหงุดหงิดฉุนเฉียวและเกรี้ยวกราดได้ง่ายมากขึ้น เปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วเกินไป และเป็นมานานแล้ว ก็อาจจะแสดงให้เห็นว่าคนใกล้ตัวของคุณมีสภาวะซึมเศร้าอยู่ก็ได้นะคะ 7. นอนไม่หลับ หรือนอนมากขึ้นผิดปกติ เนื่องจากสารเคมีในสมองทำงานผิดปกติ เลยทำให้คนที่มีสภาวะเป็นโรคซึมเศร้าจะมีพฤติกรรมการนอนที่ผิดจากคนปกติคือ นอนไม่หลับ จนต้องกินยานอนหลับช่วยบ่อยๆ จนถึงบางคนก็อยากจะนอน ไม่อยากทำอะไรแล้ว ทำให้นอนมากผิดปกติ ลองสังเกตุคนใกล้ตัวคุณดูนะคะ ว่ามีพฤติกรรมการนอนเหล่านี้ไหม 8. ผ่านเรื่องร้ายแรงทางจิตใจมาก็กระตุ้นให้เกิดอาการได้ นอกจากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คนที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์หลายแรง ที่ส่งผลถึงจิตใจอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นความเครียดระดับรุนแรง การสูญเสียของรัก คนรักสิ่งที่รัก ก็เป็นชนวนที่ทำให้โรคซึมเศร้าเกิดขึ้นได้นะคะ หากคนใกล้ตัวผ่านเหตุการณ์พวกนี้มา ก็มีส่วนที่จะเกิดโรคซึมเศร้าได้ค่า 9. บางคนมีอาการปวดหัว อาเจียน ปวดท้องร่วมด้วย ไม่พอแค่นี้ บางคนก็มีอาการปวดหัวจนอาเจียน และมีอาการปวดท้องเพราะความเครียดที่สะสมจนหนักเกินไป ทำให้ระบบการทำงานของสมองทำงานหนักเกินไป ใครที่มีคนใกล้ตัวปวดหัวจนอาเจียนและปวดท้องจากความเครียดบ่อยๆ ก็มีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าได้น้า 10. เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หากยังปล่อยไว้อยู่ คนที่มีอาการโรคซึมเศร้าจะเบื่ออาหาร ไม่ค่อยกินข้าวและน้ำหนักลงดจนผิดปกติ อย่างเห็นได้ชัด หากใส่ใจคนใกล้ตัวจะเห็นได้ชัดเลยล่ะค่า หากดูแล้วว่าคนใกล้ตัวของคุณมีโอกาศที่จะเป็นโรคซึมเศร้าได้ เราสามารถให้กำลังใจเขาได้นะคะ ให้เขาสู้ๆ และอยู่เป็นเพื่อนเขา ฟังในสิ่งที่เขาพูด ไม่ต้องพูดอะไรมากแค่อยู่ข้างๆ เป็นเพื่อนก็สามารถเยียวยาได้ส่วนหนึ่ง และทางที่ดีที่สุดคือพาไปพบคุณหมอค่ะ เพราะโรคซึมเศร้าจำเป็นต้องทานยาเพื่อรักษานะคะ   ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก www.shape.com.sg, www.flickr.com, www.lindanieuws.nl, www.telegraph.co.uk, health.udn.com, www.jenningswire.com, www.shutterstock.com, www.glamour.com, www.netdoctor.co.uk, drnemerovski.com, www.terve.fi และ ladyissue.com เช็คอาการ คนใกล้ตัวเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่?! - 08/05/2019
08/05/2019
เคล็บลับดูแลสุขภาพในหน้าร้อน
เคล็บลับดูแลสุขภาพในหน้าร้อน                ในหน้าร้อน ยามกระหายน้ำ ทุกคนมักนึกถึงน้ำเย็น น้ำแข็ง น้ำ อัดลม หรือไอศกรีม หรือหากอากาศร้อนมากๆ ถ้าอยู่บ้านมักใช้วิธีเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศจ่อถึงเนื้อถึงตัวทั้งวันทั้งคืน หรือบางคนนิยมไปหลบความร้อนตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ความเคยชินหลายอย่างอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพได้มากโดยที่เราคาดไม่ถึง สาเหตุแห่งโรคที่มากระทบร่างกายจากการเปลี่ยนแปลงของอากาศและฤดูกาลมี 6 ปัจจัยด้วยกัน คือ ลม แดดร้อน ความชื้น ความแห้ง ความเย็น และไฟ (ความร้อนที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย) ซึ่งแต่ละปัจจัยมีผลกระทบต่อการปรับตัวของร่างกายแตกต่างกัน ถ้าหากร่างกายไม่สามารถปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว หรือเพราะภาวะของร่างกายอ่อนแอจะทำให้เกิดโรคได้ และนี่คือ 8 วิธีดูแลสุขภาพในหน้าร้อน 1. ไม่ควรกินน้ำแข็งหรือดื่มน้ำเย็นจัด ฤดูร้อน อากาศร้อน ต้องหาทางช่วยดับความร้อน เพื่อป้องกันความร้อนกระทบร่างกายมากเกินไป เป็นหลักการที่ถูกต้อง แต่วิธีการให้ความเย็นแทนที่มากเกินไป เช่น กินน้ำแข็ง อยู่ในที่ที่มีความเย็น กินแต่อาหารที่มีความเย็น ฯลฯ นับว่าไม่เหมาะสม โดยทั่วไป เรามักดื่มน้ำเย็นๆ น้ำใส่น้ำแข็ง น้ำชาแช่เย็นหรือใส่น้ำแข็ง น้ำอัดลม ผลไม้แช่เย็น เช่นแตงโม สับปะรด ฯลฯ ของเย็นๆ เหล่านี้จะมีผลกระทบต่อระบบการย่อยอาหาร น้ำเย็นปริมาณมากจะไปเจือจางน้ำย่อย และมีผลให้เลือดที่มาหล่อเลี้ยงกระเพาะอาหารเพื่อทำการย่อยลดน้อยลง ทำให้สมรรถภาพการย่อยอาหารลดลง ก่อให้เกิดโรคกระเพาะลำไส้อักเสบได้ง่าย คนที่เป็นโรคกระเพาะและเป็นแผลอักเสบอยู่แล้วก็จะกำเริบได้ง่าย หรือคนที่เป็นโรคหลอดลมอักเสบ หากดื่มน้ำเย็นก็จะยิ่งทำให้มีอาการไอและหอบมากขึ้น นอกจากนั้น น้ำแข็งที่ไม่สะอาดก็มีส่วนทำให้เกิดท้องร่วงท้องเสียอีกด้วย 2. เครื่องดื่มที่เหมาะสมในหน้าร้อน ในฤดูร้อนที่เรามีการสูญเสียน้ำทางเหงื่อมาก การทดแทนน้ำในร่างกายที่เสียไปที่ดี คือ การดื่มน้ำเปล่า (ที่สุกแล้ว) หรือถ้าจะเสริมปรุงแต่งด้วยน้ำตาล เกลือ หรือสมุนไพรอื่นๆ ก็สามารถเลือกได้ตามความชอบและความเหมาะสม เช่น การดื่มชาร้อน น้ำเก๊กฮวยน้ำดอกสายน้ำผึ้ง น้ำใบไผ่ น้ำบ๊วย น้ำถั่ว จะช่วยลดความร้อนของหัว ใจ (การไหลเวียนเลือด) ทำให้ตาสว่าง เพิ่มน้ำในร่างกาย บำรุงตับ บำรุงไต เจริญอาหาร ช่วยระบบย่อยและดูดซึมอาหาร  ขับปัสสาวะเสริมพลังร่างกาย การเติมน้ำตาลและเกลือ(ในปริมาณที่พอเหมาะ) ในเครื่องดื่มต่างๆ จะช่วยเสริมพลังและป้องกันการสูญเสียเกลือโซเดียมของร่างกายได้ โดยเฉพาะคนที่ทำงานกลางแจ้งหรือใช้แรงงานมาก การดื่มน้ำชาหรืออาหารสมุนไพรที่ร้อน มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มการขับเหงื่อ กระจายความร้อน สังเกตได้ว่าหลังจากกินอาหารดังกล่าวจะทำให้รู้สึกสบาย สรรพคุณของสมุนไพรก็เพื่อทำให้ภายในร่างกายไม่ร้อนเกินไป และสร้างน้ำเพื่อไม่ให้เสียเหงื่อมาก แต่ไม่ควรดื่มน้ำชาใส่น้ำแข็ง เพราะมีผลเสียมากกว่าผลดี 3. ไม่ควรนอนให้ลมหรือ  ความเย็นโกรก ความร้อนจากลมแดดทำให้เสียเหงื่อ เสียพลัง เมื่อนอนหลับ ตากลมในขณะเหงื่อออก  จะทำให้อุณหภูมิผิวของร่างกายลดต่ำลง ถ้าอุณหภูมิภายนอกยังสูงอยู่ แล้วเหงื่อไม่สามารถระบายออกได้ จะมีความร้อนสะสมอยู่ข้างใน ทำให้เวียนหัว รู้สึกหนักหัว ไม่สด ชื่นแจ่มใส หรืออาจทำให้เป็นหวัดได้ การใช้พัดลม หรือเครื่องปรับอากาศไม่ควรให้กระทบโดยตรงกับร่างกายนานๆ โดยเฉพาะที่บริเวณท้อง หากโดนลม นานๆ จะทำให้ท้องอืด ปวดท้อง ท้องเสียได้ หรือคนที่พลังพร่อง เมื่อโดนลมนานๆ จะทำให้เกิดความเย็น โดยเฉพาะที่บริเวณใบหน้า ทำให้การไหลเวียนเลือดน้อยลง คนที่อยู่ในห้องปรับอากาศ เวลาออกจากห้องต้องระวังการปรับตัวกับอากาศที่ร้อนภายนอก เด็กที่ไปเที่ยวตามห้างสรรพสินค้าต้องระวัง เพราะการเปลี่ยนแปลงของอากาศที่รวดเร็วจะทำให้ไม่สบายได้ง่าย 4. การนอน การพักผ่อน โดยธรรมชาติของฤดูร้อน กลางวันจะยาว กลางคืนจะสั้น (คนทั่วไปที่ไม่ได้นอนในห้องปรับอากาศที่ปรับอุณหภูมิ) กว่าอากาศจะเย็นสบายให้นอนหลับได้ก็มักจะดึก แล้วตอนเช้าตรู่ท้องฟ้าก็สว่างเร็ว ทำให้ต้องตื่นเช้ากว่าที่เคยเป็น หน้าร้อนเราจะนอนได้น้อยกว่าปกติ ขณะเดียวกันอุณหภูมิในตอนกลางวันจะทำให้เสียเหงื่อ เสียพลัง เหนื่อยง่าย (เพราะมีเลือดไหลเวียนมาที่ผิวกายมากกว่าปกติ แต่ไปเลี้ยงสมองหรือไป ที่ระบบการย่อยอาหารน้อยกว่าปกติ) ทำให้ไม่ค่อยสดชื่น สมองไม่ปลอดโปร่ง รู้สึกง่วงตลอด ในภาวะเช่นนี้ หลายคนที่อยู่ในห้องปรับอากาศอาจจะไม่ค่อยรู้สึกกับการเปลี่ยนของอากาศมากนัก แต่สำหรับคนทั่วไป (โดยเฉพาะคนในชนบทหรือคนที่ต้องทำงานในที่กลางแจ้ง) การได้พักผ่อนนอนหลับในช่วงกลางวันบ้าง จะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพไม่น้อยเลย ผู้ที่ทำงานในที่ทำงานคงจะนอนหลับกลางวันไม่สะดวก อาจใช้วิธีนั่งพิงพนักตัวตรง หลับตา สงบนิ่งๆ ในช่วงกลางวัน ก็เป็นการพักผ่อนที่ดี แต่สำหรับผู้ที่สถานทีอำนวยที่จะนอนหลับช่วงกลางวันนั้น ท่าที่นอนควรเป็นท่านอนราบหรือนอนตะแคง ห้ามนอนคว่ำ หรือนอนฟุบบนโต๊ะทำงาน เพราะจะกดท้อง กดทรวงอก กระทบการหายใจ ทำให้กล้ามเนื้อไม่คลายตัวจึงผ่อนคลายไม่เต็มที่ 5. อาหาร ในหน้าร้อนระบบการย่อยอาหารจะทำงานน้อยลง ทำให้ไม่ค่อยรู้สึกหิว การปฏิบัติตัวสำหรับการกินอาหารที่เหมาะสมในหน้าร้อนนั้น พอสรุปได้ ดังนี้ ข้าวต้มมื้อเช้า ตอนตื่นนอน ท้องจะว่างเนื่องจากกระเพาะอาหารพร่อง ควรเริ่มต้นมื้อเช้าด้วยอาหารอ่อนๆ เพราะในหน้าร้อน ร่างกายได้รับการกระตุ้นจากความร้อนทั้งกลางคืนและกลางวัน ทำให้สูญเสียน้ำ การทำงานของระบบย่อยและดูดซึมอาหารลดลง จึงยิ่งต้องถนอมการทำงานของกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นด่านสำคัญที่จะย่อยสารอาหารเพื่อนำไปใช้ประโยชน์แก่ร่างกาย ข้าวต้มอาจผสมถั่วเขียว, เมล็ดบัว หรือรากบัว ซึ่งเป็นอาหารที่ย่อยง่ายและช่วยขับความร้อน เสริมระบบการทำงานของกระเพาะอาหารและม้าม ควรกินผลไม้ที่แพทย์แผนจีนถือว่ามีคุณสมบัติเย็น ขับร้อน เพิ่มน้ำในร่างกาย ผลไม้ที่มีคุณสมบัติเย็น เช่น แตงกวา, แตงโม, แตงไทย, มังคุด, สับปะรด, สาลี่ เป็นต้น เหมาะสำหรับ กินแก้กระหายและขับร้อนในร่างกาย แต่ไม่ควรแช่เย็นจัด หรือกินในตอนกลางคืน หรือขณะที่ท้องว่างหรือเวลาหิวจัด หลีกเลี่ยงอาหารที่ทฤษฎีแพทย์จีนถือว่ามีคุณสมบัติร้อน อาหารทอดๆ มัน ๆ แห้ง ๆ ควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกทอดๆ มันๆ เช่น ถั่วทอด,  กล้วยแขก, ปาท่องโก๋, ไก่ทอด ฯลฯ หรืออาหารที่มีคุณสมบัติร้อน เช่น น้อยหน่า, ทุเรียน, ลิ้นจี่, ลำไย, ขนุน เป็นต้น โดยเฉพาะในขณะที่มีอาการคอแห้ง, คันคอ, เจ็บคอ หรือเป็นไข้ตัวร้อน ถ้าจะกินก็ควรกินแต่น้อย แล้วดื่มน้ำเกลือ (น้ำเปล่าผสมเกลือป่น) เพื่อดับความร้อน หรือกินอาหารที่มีคุณสมบัติเย็น ช่วยปรับสมดุล สิ่งที่ควรระวังอีกอย่าง คือ หน้าร้อนอาหารจะบูดเสียง่าย เนื่องจากเชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดีในอากาศร้อนชื้น ดังนั้นจึงควรจะระมัดระวังเรื่องการกิน ควรกินอาหารที่ทำสุกใหม่ๆ จะปลอดภัยกว่า 6. การดูแลสุขภาพเด็กเล็ก ในเด็ก การปรับตัวของร่างกายจะยังไม่สมบูรณ์เหมือนผู้ใหญ่ เด็กๆ จึงเจ็บป่วยได้ง่ายโดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะต้องให้ความเอาใจใส่ดูแลลูกในเรื่องสำคัญๆ ๔ เรื่องด้วยกัน นั่น  คือ เรื่องเสื้อผ้า ควรเป็นประเภทผ้าฝ้ายที่ดูดซับเหงื่อและระบายความร้อนได้ดี เสื้อผ้าของเด็กต้องหลวม ไม่คับ เพราะจะทำให้เด็กรู้สึกอึดอัด และควรระวังเรื่องการอับชื้นจากปัสสาวะ เพราะจะทำให้ผิวหนังเกิดผดผื่นคันได้ เรื่องอาหาร ในหน้าร้อนระบบการย่อยอาหารจะทำงานน้อยลง (ตามที่กล่าวไว้ในข้อ ๕) ร่างกายของเด็กยังอ่อนแอ และติดเชื้อได้ง่าย เพราะฉะนั้น อาหารจึงต้องสุกและสะอาดเสมอ น้ำแข็ง น้ำอัดลม ไอศกรีม ที่เป็นของโปรดของเด็กๆ ทุกคน ขณะเดียวกันความเย็นก็จะทำให้ระบบการย่อย การดูดซึมอาหารผิดปกติ จึงไม่ควรให้เด็กๆ กินบ่อย ที่อยู่อาศัย การระบายความร้อนในห้องนอนมีความสำคัญต่อเด็กมาก ถ้าหากไม่มีเครื่องปรับอากาศ การใช้พัดลมต้องระมัด ระวังไม่ให้พัดลมถูกตัวเด็กโดยตรงไม่ควรให้เด็กนอนในที่เปียกชื้น บนพื้นปูน หรือพื้นที่เย็น ในกรณีที่เด็กมีเหงื่อออกมาก ต้องพลิกตัวเด็กบ่อยๆ เพื่อระบายความร้อนและใช้ผ้าผืนบางๆ เล็กๆ ปิดบริเวณหน้าอกและบริเวณท้อง เพื่อป้อง กันการกระทบความเย็น การเดินทาง ในแสงแดดมีรังสีอินฟราเรดและรังสีอัลตราไวโอเลตซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย ดังนั้น  เมื่อต้องเดินทางไปไหน โดยเฉพาะในช่วงปิดเทอม คุณพ่อคุณแม่จึงควรให้ลูกสวมหมวก ใส่เสื้อแขนยาว และกางเกงขายาว เพื่อช่วยป้องกันแสงแดด 7. หญิงตั้งครรภ์กับการปฏิบัติตัวในหน้าร้อน ขณะตั้งครรภ์ การเผาผลาญพลังงานในร่างกายของผู้หญิงจะสูงกว่าภาวะปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงใกล้คลอด จึงทำให้มีอาการหงุดหงิด มีเหงื่อออก อ่อนเพลีย และเกิดภาวะลมแดดง่ายกว่าคนปกติ อย่างไรก็ตาม ในผู้หญิงตั้งครรภ์ การสวมใส่เสื้อผ้าจะต้องมิดชิด และเพื่อป้องกันการกระทบความเย็น จึงควรหลีกเลี่ยงการเปิดพัดลมกระทบโดยตรง ขณะเดียวกันต้องป้องกันความร้อนอบอ้าวด้วย การระบายอากาศในห้องจึงต้องดี ไม่ควรนอนบนเสื่อที่เย็น และ ควรมีผ้าห่มคลุมกายเสมอ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ระวังอย่าให้เป็นหวัด ห้ามอาบน้ำร้อนจัดหรือเย็นจัดเกินไป เสื้อผ้าต้องหลวม ระบายอากาศดี ดูดซับเหงื่อได้ดี เช่น ผ้าฝ้าย ฯลฯ และผิวกายต้องสะอาดสะอ้าน อาหารที่กินต้องสดสะอาด และมีประโยชน์ เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ ปลา นม ถั่ว ฯลฯ ผลไม้พวกแตง (แตงโม แตงกวา) รวมทั้งมะเขือเทศ ซึ่งมีฤทธิ์ขับร้อน หยุดกระหาย ก็มีความเหมาะสม (แต่ไม่ควรแช่เย็น) และควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทอุ่นร้อน อาหารและเครื่องดื่มที่ลดร้อนควรเป็นพวกถั่วเขียวต้ม ชาดอกเก๊กฮวย น้ำดื่มที่มีน้ำหวานและเกลือ (เกลือแร่) นอกจากนี้ หญิงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือ กาเฟอีน เพราะสามารถผ่านเข้าไปในรกได้ง่าย และยังผ่านไปยังเต้านมไปถึงทารกได้ด้วย 8. บุคคล 3 ประเภทที่ต้องระวังให้มาก คนสูงอายุที่ร่างกายอ่อนแอ (คนสูงอายุมักมีระบบย่อยไม่ดีและความร้อนในร่างกายจะถดถอย เนื่องจากไตเสื่อมตามสภาพ), คนที่มีสภาพของม้ามพร่อง (มีอาการการย่อยอาหารและการดูดซึมไม่ดี ท้องอืดง่าย), คนที่มีสภาพของไตหยางพร่อง (มีอาการขี้หนาว แขนขาเย็น ลิ้นบวม และสีซีดขาว) ผู้ที่มีลักษณะทั้ง 3 อย่างดังกล่าว เมื่อได้รับความร้อนจากแดดร้อน ถ้าดื่มน้ำเย็นหรือกินอาหารที่มีความเย็นมากเกินไป จะทำให้ระบบการย่อยอาหารและการดูดซึม ผิดปกติได้ และเกิดความชื้นสะสมในร่างกาย อาการที่แสดงออก คือ ท้องเสีย ติดเชื้อง่าย ขี้หนาว ปวดหัว ตัวร้อนแต่ไม่สามารถขับเหงื่อได้ ปวดข้อและปวดตามกล้ามเนื้อ มักตรวจ พบว่า มีฝ้าสีขาวบนลิ้น ขอบคุณบทความดีดี จาก thaihealth.or.th เคล็บลับดูแลสุขภาพในหน้าร้อน - 03/05/2019
03/05/2019
นิสัยแบบไหน ที่จะนำไปสู่ความยากจน
นิสัยแบบไหน ที่จะนำไปสู่ความยากจน 10 สิ่งที่นำไปสู่ ความยากจน                         ความสามารถ ความขยันหมั่นเพียร การใฝ่รู้ การศึกษา สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่จะช่วยให้เรานั้นประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน หรือในชีวิตส่วนตัว รวมถึงในทุกๆด้านของชีวิต แม้วันนี้ เราจะยังคงไม่ไปถึงฝันที่เราตั้งมั่นไว้ แต่ระหว่างทาง เราก็สามารถที่จะวางระเบียบแบบแผนเพื่อไปสู่เป้าหมายที่เราตั้งไว้ได้ ไม่มีบุคคลใดที่อยากจะเกิดมาแล้วต้องอยู่ในสภาพที่ขัดสนทางด้านการเงิน ทุกคนต่างปรารถนาจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ ความยากจน ก็เป็นเหมือนแรงผลักดันให้เราอดทนและบุกบั่นเพื่อความสำเร็จในอาชีพและหนทางที่เราตั้งไว้ ทั้งนี้ เพียงความฝันและความตั้งใจจริงอาจจะยังไม่พอ เพราะ 10 สิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่จะฉุดรั้งไม่ให้คุณไปถึงความฝันที่ตั้งไว้ และล้วนเป็นสิ่งที่นำคุณไปสู่ ความยากจน ซึ่งประกอบด้วย 10 สิ่งที่นำไปสู่ ความยากจน การขาดเป้าหมายทางการเงิน เป็นการไม่มีแผนด้านการเงินอย่างชัดเจน โดยเฉพาะแผนการออมเงินที่ไม่ได้ตั้งเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนว่าในแต่ละเดือนจะออมเท่าไหร่ และในบางครั้งแม้จะตั้งเป้าหมายไว้ชัดเจนแล้วว่าแต่ละเดือนจะออมเท่าไหร่ แต่พอถึงสิ้นเดือนก็ทำเงินในส่วนนั้นไปใช้แทนที่จะนำเงินส่วนนั้นไปออม ไม่มีวินัยในการออม จากข้างต้นเมื่อขาดเป้าหมายที่ชัดเจน การออมจะไม่เกิดขึ้นเลยหากขาดวินัยและความเสมอต้นเสมอปลาย ท้ายที่สุดเมื่อคุณขาดวินัยในการออม คุณก็จะไม่สามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินได้เลย เพราะการขาดวินัย ฟุ่มเฟือย อยากได้ทุกสิ่ง ทั้งที่บางสิ่งไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นสำหรับคุณเลย หรือบางสิ่งที่คุณมีอยู่แล้ว คุณกลับซื้อมาเพิ่มอีก เมื่อถึงสิ้นเดือนเงินเดือนเข้า แทนที่คุณจะหักเงินออกสำหรับออม คุณกลับนำเงินออมไปซื้อสิ่งของที่คุณอยากได้ ความหฟุ่มเฟือยหรือการไม่มีความยับยั่งชั่งใจนำไปสู่ความยากจนได้อย่างไม่ต้องสงสัย ก่อหนี้บัตรเครดิต การมีบัตรเครดิตเป็นเรื่องที่ให้คุณและให้โทษหากคุณไม่สามารถจัดการกับค่าใช้จ่ายที่คุณใช้ไปในแต่ละเดือน การใช้บัตรเครดิตจนเต็มวงเงินในแต่ละเดือน ก่อให้เกิดภาระที่ต้องชำระในแต่ละเดือนที่มากขึ้น จนท้ายที่สุดคุณเลือกชำระแบบขั้นตํ่า และก็นำไปสู่การเป็นหนี้บัตรเครดิตในที่สุด หลงแบรนด์เนม กับดักของผู้คนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน คือ กระเป๋า เสื้อผ้า จะต้องเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงหรือแบรนด์เนม แม้ว่ากระเป๋าหรือเสื้อผ้าของแบรนด์ดังจะมีคุณภาพที่ดีกว่ายี่ห้ออื่นๆ แต่หากคุณเป็นคนที่ไม่ได้มีรายได้สูง ก็ไม่ควรที่จะซื้อมาใช้ แต่ควรเป็นการซื้อด้วยเงินเก็บที่คุณสะสมไว้น่าจะดีกว่า ไม่ควรตัดสินใจซื้อทันทีเมื่อเงินเดือนออก เพราะเดือนนั้นจะทำให้คุณต้องหยิบเงินสำรองออกมาใช้ร่วงหน้า และเงินเก็บที่คุณออมไว้ก็ลดลง ดังนั้นการออมที่คุณออมไว้จะไม่เกิดประโยชน์ใดเลยหากคุณนำเงินออมมาใช้กับสินค้าฟุ่มเฟือย สังสรรค์ทุกสัปดาห์ สังคมไทยเป็นสังคมที่ชอบความรื่นเริง แม้ว่าการทำงานมาอย่างเหน็ดเหนื่อยตลอดสัปดาห์จะทำให้เรานั้นอยากจะพักผ่อนหรือผ่อนคลายด้วยการสังสรรค์บ้าง แต่การสังสรรค์ทุกสุดสัปดาห์ก็ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ควรลดจำนวนการสังสรรค์เหลือเพียงเดือนละครั้งก็น่าจะเพียงพอ แต่หากอยากจะพักผ่อนและสบายกระเป๋าก็น่าจะลองซื้อหนังมาดูที่บ้านในวันหยุดสัปดาห์ก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกที่ดี ติดการพนัน บ่อนทำลายความมั่นคงด้านการเงินที่ชัดเจนที่สุด คือ การพนัน ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ทำให้การเงินของคุณนั้นล่มจมได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ควรหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปข้องแวะเกี่ยวกัยการพนันทุกรูปแบบ แต่ควรนำเงินที่จะไปเสี่ยงโชคมาเป็นเงินออมดีกว่า สร้างหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนสินค้า ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน หรืออะไรก็ตามแต่ที่สามารถผ่อนได้ คุณผ่อนหมด ทั้งที่รายได้ของคุณก็ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในแต่ละเดือนแล้ว เมื่อหักค่าผ่อนต่างๆ ถ้ารายได้คุณยังไม่พร้อมต่อการสร้างหนี้ ควรหลีกเลี่ยงที่จะเป็นลูกค้าเงินผ่อนต่างๆ ขี้เกียจ สิ่งนี้ถือเป็นนิสัยของแต่ละคน ความเกียจคร้านไม่เคยทำให้ใครรวยขึ้นมาได้ จะเห็นว่าคนที่ไม่มีความรู้แต่ขยันก็ไม่เคยอดตาย แต่คนมีความรู้แต่เกียจคร้านก็ไม่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การเงิน หนำซํ้าการเงินก็มีแต่ลดลงๆ กิเลส สิ่งนี้อาจจะคล้ายกับความไม่พอเพียง อยากได้ในสิ่งที่เราไม่จำเป็นต้องมี อยากได้ไปทุกสิ่งที่คนอื่นมี โดยไม่ได้นึกถึงแง่ของการใช้สอยว่าสามารถใช้ได้จริงหรือไม่ พอซื้อมาก็ใช้เพียงไม่กี่ครั้งก็เลิกใช้          จาก 10 ข้อสัญญาณที่นำไปสู่ ความยากจน ทุกสิ่งที่กล่าวมาเป็นความจริงที่เกิดขึ้นจริง เรารู้อยู่แก่ใจว่าควรจะทำอย่างไรที่จะไม่ก่อหนี้และมีรายได้เพิ่ม แต่เรามักจะหลงอยู่กับวัตถุหรือสิ่งสวยงามที่ไม่ได้ยั่งยืนนิรันดร์ แม้ว่าของบางสิ่งอาจจะมีค่าทางจิตใจ แต่เราต้องรู้อยู่ตัวอยู่เสมอว่าเราสามารถซื้อได้หรือซื้อไม่ได้ ควรซื้อตอนไหนและควรออมตอนไหน อย่าขาดวินัย ควรตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนและทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างเคร่งครัด ขอขอบคุณบทความดีดี จาก moneyhub หาเงินออนไลน์ง่ายๆกับดีไอเซอร์เวย์ - 30/04/2019
30/04/2019
บัตรเครดิตซิตี้ รอยัล ออร์คิด พลัส พรีเฟอร์
บัตรเครดิตซิตี้ รอยัล ออร์คิด พลัส พรีเฟอร์ บัตรฯ เดียวที่ให้คุณ สัมผัสที่สุดแห่งเอกสิทธิ์ในการสะสมไมล์ สู่ทุกประสบการณ์สุดล้ำค่าของคุณ     ทุกๆ 15 บาท รับ 1 ไมล์สะสมสำหรับการใช้จ่ายในหมวดร้านอาหาร หมวดท่องเที่ยว และการใช้จ่ายด้วยสกุลเงินต่างประเทศ และทุกๆ 20 บาท รับ 1 ไมล์สะสมสำหรับการใช้จ่ายในหมวดอื่นๆ และรับ Anniversary Bonus 25,000 คะแนน เอกสิทธิ์ในการก้าวสู่สถานะภาพสมาชิกบัตรทอง รอยัล ออร์คิด พลัส ที่เร็วเหนือใคร ฟรี บริการลีมูซีนจากบ้านถึงสนามบินสุวรรณภูมิ 2 ครั้ง/ปี พร้อมส่วนลด 50% สำหรับ 2 ครั้งต่อไป พร้อมบริการ Meet & Assist บริการห้องพักรับรองพิเศษ Royal Silk Lounge ณ สนามบิน สุวรรณภูมิ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง   สมาชิกบัตรหลักรับสิทธิ์ในการเลื่อนสถานะภาพสู่สมาชิกบัตรทองรอยัล ออร์คิด พลัส เมื่อมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ตั้งแต่ 1 ล้าน บาทขึ้นไป ภายใน 1 รอบปีสมาชิกบัตรฯ และเดินทางกับการบินไทยในระยะเวาลาเดียวกันดังต่อไปนี้          สะสมไมล์เอกสิทธิ์ครบ 22,000 ไมล์ หรือ*          เดินทางเส้นทางระหว่างประเทศ 15 เที่ยวบิน**  พิเศษสมาชิกบัตรหลักรับ Anniversary Bonus 25,000 คะแนน เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ครบ 1 ล้านบาท ภายใน 1 รอบปีสมาชิกบัตรฯ และต่ออายุสมาชิกบัตรฯ ในปีถัดไป  สมาชิกบัตรหลักรับฟรีบริการ ลีมูซีนจากบ้านถึงสนามบินสุวรรณภูมิ 2 ครั้ง/ปีปฏิทิน พร้อมส่วนลด 50% สำหรับ 2 ครั้งต่อไป ภายในปีปฏิทินนั้นๆ จำกัดระยะทาง 50 กม. จากบ้านถึงสนามบิน สมาชิกบัตรหลักรับฟรีบริการ Meet & Assist ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง เมื่อเดินทางด้วยการบินไทย เส้นทางระหว่างประเทศ พร้อมนำผู้ติดตามเข้ารับบริการได้สูงสุด 4 ท่าน  สมาชิกบัตรหลัก และบัตรเสริมรับฟรีบริการห้องพักรับรอง Royal Silk Lounge ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง เมื่อแสดงบัตรเครดิตซิตี้ รอยัล ออร์คิด พลัส พรีเฟอร์ พร้อมกับ Boarding Pass ของการบินไทย เส้นทางระหว่างประเทศ  สมาชิกบัตรหลัก และบัตรเสริมรับฟรีบริการห้องพักรับรอง Royal Silk Lounge ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานเชียงใหม่ 2 ครั้ง/ บัตรฯ เมื่อแสดงบัตรเครดิตซิตี้ รอยัล ออร์คิด พลัส พรีเฟอร์ พร้อมกับ Boarding Pass ของการบินไทย เส้นทางในประเทศ  1 ก.พ. – 30 เม.ย. 62  บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน ภายในบ้าน และบริการเลขาส่วนตัว ตลอด 24 ชั่วโมง   บัตรเครดิตซิตี้ รอยัล ออร์คิด พลัส - 29/04/2019
29/04/2019