News
รู้หรือไม่? ว่าการนั่งทำงานในออฟฟิศเฉยๆ เป็นเวลานาน ก็เสี่ยง...   รู้หรือไม่? ว่าการนั่งทำงานในออฟฟิศเฉยๆ เป็นเวลานาน ก็เสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายได้เหมือนกัน … หากคุณเป็นมนุษย์ออฟฟิศที่ทุ่มเทเวลาและแรงกายในการทำงาน จนเริ่มมีอาการปวดตามหลัง ไหล่ คอ ปวดหัว ปวดตา แล้วล่ะก็ อย่าได้มองข้ามเชียว เพราะเหล่านี้ล้วนเป็นอาการของโรค “ออฟฟิศซินโดรม” ซึ่งถ้าไม่บำบัดรักษา หรือป้องกันตั้งแต่ต้น ก็อาจการกลายเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพในภายหลังได้   อาการของออฟฟิศซินโดรมมีอะไรบ้าง? ปวดศีรษะ อาจปวดร้าวถึงตา และมีอาการปวดไมเกรนบ่อยๆ เนื่องจากการใช้สายตามาก มีความเครียดสะสม ความวิตกกังวล และพักผ่อนไม่เพียงพอ ปวดเมื่อยตามอวัยวะต่างๆ เช่น ปวดหลัง ไหล่ ต้นคอ แขน ข้อมือ นิ้วมือ จากการนั่งทำงานในท่าเดิมนานๆ หากปล่อยไปโดยไม่แก้ไข จะกลายเป็นอาการปวดเรื้อรังและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นอยู่เฉยๆ ก็ปวดขึ้นมาเองได้ มีอาการเจ็บ ตึง และชา ตามอวัยวะต่างๆ ซึ่งพัฒนามาจากอาการปวดเรื้อรัง อาการเหล่านี้เกิดจากการอักเสบของกล้ามเนื้อ มีเอ็นอักเสบทับเส้นประสาท หรือเส้นประสาทตึงตัว จนกลายเป็นอาการชาตามมือตามแขน เส้นยึด และนิ้วล็อค ตามมา อาการเหน็บชาและแขนขาอ่อนแรงบ่อยๆ เกิดจากการนั่งนานเกินไป จนการไหลเวียนเลือดผิดปกติ นอนไม่หลับ หรือนอนหลับไม่สนิท เกิดจากความเครียด รวมถึงมีอาการปวดเมื่อย และปวดหัวมารบกวนในเวลานอนเป็นระยะ   อาการของออฟฟิศซินโดรม หากปล่อยไว้โดยไม่บำบัด หรือไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายตามมา เช่น เสี่ยงต่อการเกิดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท กระดูกสันหลังคด และแขนขาอ่อนแรง ถ้ารุนแรงมากอาจทำให้เดินไม่ได้ ต้องทำกายภาพบำบัด หรือผ่าตัดเลยทีเดียว เสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า อันมาจากความเครียดสะสม ความกดดัน และบรรยากาศไม่ดีในที่ทำงาน เสี่ยงต่อโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง จากการทานอาหารจุบจิบในเวลาทำงาน และไม่มีเวลาออกกำลังกาย   สาเหตุของออฟฟิศซินโดรม เกิดจากการนั่งทำงานในอิริยาบถเดิมนานๆ และไม่มีการยืด ขยับปรับเปลี่ยนท่าทาง เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เกิดจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป การเพ่งใช้สายตามากๆ บวกกับรังสีจากจอภาพ ทำให้เกิดอาการปวดหัวปวดตาได้ สภาพแวดล้อมในการทำงานไม่เหมาะสม เช่น ออฟฟิศแออัด อากาศไม่ถ่ายเท โต๊ะเก้าอี้ไม่เหมาะกับสรีระ อุปกรณ์ในออฟฟิศเต็มไปด้วยฝุ่น เป็นต้น งานหนักเกินไป ทำให้ไม่มีเวลาพักผ่อน บวกกับสังคมในที่ทำงานเป็นพิษ ทำให้เกิดความเครียดได้   การรักษาอาการออฟฟิศซินโดรม อันดับแรก หากเริ่มรู้สึกเมื่อยล้า ควรพักการทำงานเพื่อผ่อนคลายร่างกายและสมอง เช่น ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย เดินไปสูดอากาศด้านนอกบ้าง ไม่ควรนั่งทำงานติดกันนานเกินไป หมั่นออกกำลังกาย เพื่อยืดและคลายกล้ามเนื้อ เช่น โยคะ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน นอกจากจะช่วยลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ ป้องกันเอ็นและข้อยึดแล้ว ยังช่วยผ่อนคลายความเครียด และเสริมภูมิต้านทานให้ร่างกายด้วย ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในการทำงาน เช่น เปลี่ยนโต๊ะและเก้าอี้ให้เหมาะกับสรีระ ทำความสะอาดออฟฟิศให้โล่งและอากาศถ่ายเทมากขึ้น หากมีอาการรุนแรงแล้ว และไม่สามารถรักษาได้ในเวลาอันสั้น อาจตัดสินใจพักงานหรือเปลี่ยนงาน เพื่อไม่ให้อาการเลวร้ายลงกว่าเดิม รักษาโดยใช้ยา เช่น ยาบรรเทาอาการกล้ามเนื้อและเอ็นอักเสบ ยาคลายเครียด ซึ่งควรปรึกษาแพทย์ และให้แพทย์เป็นผู้จ่ายยาให้เท่านั้น หากอาการรุนแรงถึงขั้นขยับร่างกายลำบาก หรือเดินไม่ได้ อาจต้องใช้เวชศาสตร์ฟื้นฟู หรือทำกายภาพบำบัดร่วมด้วย รักษาด้วยการแพทย์ทางเลือกอื่นๆ เช่น การฝังเข็ม การนวดกดจุด เป็นต้น   ออฟฟิศซินโดรมป้องกันได้อย่างไร? ควรจัดสภาพแวดล้อมในที่ทำงานให้ดี และเป็นมิตรแก่ผู้ทำงานแต่แรก ทั้งด้านสถานที่ทำงาน เครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ และสังคมในออฟฟิศ จัดท่าทางหรืออิริยาบถเวลานั่งทำงานให้เหมาะสม เช่น ไม่นั่งหลังคอหรือเกร็งเกินไป ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อเสริมสร้างให้กล้ามเนื้อ เอ็น และข้อต่อแข็งแรง และเพื่อผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน พักผ่อนให้เพียงพอ จัดสรรเวลางานและเวลาพักผ่อนให้สมดุลกัน หากมีโอกาสควรหาเวลาพักร้อนเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ​​​​​​​ ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก  https://www.honestdocs.co/ คุณรู้จักโรคออฟฟิศซินโดรม หรือไม่ - 13/06/2019
“ความหมายเลขศาสตร์ 0-9″
“ความหมายเลขศาสตร์ 0-9″ ดวงดาวมีความสำคัญกับมนุษย์มานานแสนนาน เช่น ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เป็นตัวกำหนดเวลาในแต่ละวัน คนโบราณใช้ดวงดาวต่างๆในการบ่งบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือกำลังจะเกิดขึ้น จนกระทั่งมีการนำมาผูกความสัมพันธเป็นตัวเลข 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 0     และแต่ละเลขเมื่อจับเป็นคู่ตัวเลข จึงมีความหมายลึกซึ้งขี้นไปอีก เช่น 1 กับ 3 หรือ 6 กับ 9 มีคนบอกว่าเลขดีคือ 2 4 5 6 9 แต่จริงๆแล้วทุกสิ่งมีทั้งดีและร้าย ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ เช่นเบอร์ 8 เปรียบเหมือน หนุ่มเพลย์บอย ซึ่งมีทั้งรวยเลิศหรูแบบพระเอก Iron Man หรือ นักเลงหัวไม้แบบ เต๋อ สมชายก็ได้ (แค่เป็นตัวอย่างให้เข้าใจนะครับ อย่าคิดจริงจัง)   วันนี้เรามาดูความหมายทั้งด้านดี และด้านร้าย ของแต่ละหมายเลขกันแบบง่ายๆดังนี้ เบอร์ 1 หมายถึง ดวงอาทิตย์ ราชาแห่งดวงดาว พลังแห่งความเชื่อมั่น ด้านที่ดี…..ความ มีเกียรติ มีวาสนา รักชื่อเสียง และศักดิ์ศรี มีอำนาจมากบารมี มักที่จะมีจิตใจใฝ่สูง มีทิฐิมานะดี เอื้ออารี ผู้ใหญ่เมตตา เจรจาอาจหาญ โกรธง่ายหายเร็ว ทำคุญคนไม่ขึ้น ได้ดีมีหลักฐานด้วยการสร้างตนเอง ทุกข์ใจเพราะชอบอาสาผู้อื่น เจ้าชู้แต่เกรงกลัวคู่ มีความเชื่อมั่นสูง แข็งแกร่ง และตรงไปตรงมา รักอิสระ เจ้าระเบียบ มีความรับผิดชอบสูง เป็นคนที่เปิดเผย เด่นทางอาชีพราชการ เป็นผู้นำที่ดี รักความก้าวหน้าและมีความทะเยอทะยานที่สูง รวมทั้งมีลักษณะของความงามทุก ๆ เวลา นั่ง เดิน ยืน หรือนอน ด้านที่เสีย.….มี ความหยิ่งจองหอง ถือดีถือตัว ใจร้อนไม่ฟังใครห้ามปราม รักสบายจนขี้เกียจได้ง่าย หัวหมอ อับวาสนาถ้าทำงานทางราชการ หลงตัวเอง ก้าวร้าวเอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่ ใฝ่สูง ไม่ชอบทำงาน ไม่ชอบการบังคับ หรือรับบัญชาจากใคร ขี้คุยสร้างภาพ อวดตัว บางครั้งชอบยกตนข่มท่าน ตัวกูดี ตัวกูเด่น ตัวกูเก่ง ตัวกูไม่น้อยหน้าใครทั้งสิ้นทั้งนั้นครับ เบอร์ 2 หมายถึง ดวงจันทร์ ราชินีแห่งดวงดาว พลังแห่งจินตนาการ ด้านที่ดี…..แสดง ให้เห็นถึงความอ่อนโยน นุ่นนวล ใจคอบริสุทธิ์ ดูดีมีเสน่ห์ ไม่ชอบขัดอกขัดใจใคร หรือผู้ใด เด่นในเรื่องของความสวยงาม ความคิดฝัน ความอ่อนไหว การที่มองโลกในแง่ที่ดี การใส่ใจ และการบริการดูแล การให้ความช่วยเหลือ การเข้าใจในความรู้สึก การมีความเมตตากรุณาต่อเพื่อนร่วมโลก เอาใจใส่ในความทุกข์ และความสุขของผู้อื่นได้ดี ด้านที่เสีย…..ความ อ่อนไหว อ่อนแอ หูเบา เชื่อคนง่าย ตื่นตกใจง่าย ขลาดกลัว มีลักษณะที่เหมือนคนเป็นโรคประสาทอ่อน ๆ ใจน้อยขี้ง่อน น้ำตาร่วงง่าย อารมณ์เร็วแปรเปลี่ยนกลับไปกลับมาไม่แน่นอน ชอบคิดเพ้อฝัน แต่ไม่ทำความคิดที่ได้จินตนาการไว้ให้ประสบความสำเร็จ คือการที่คิดได้ แต่ไม่ยอมทำเสียที ( เป็นคนที่ชอบสร้างวิมานในอากาศ )เมตตากรุณษจนกระทั่งต้องตกอยู่ในความเดือดร้อน ประเภททำคุณคนไม่ขึ้น จิตใจขาดความมั่นคง โลเลใจได้ง่าย ไม่แน่นอนกับใคร เอาใจยาก คิดอย่างทำอย่าง คิดเกินขอบเขตทั้ง ๆ ที่สิ่งนั้นยังไม่เกิด ถือเป็นประเภทกระต่ายตื่นตูม ตีตนไปก่อนไข้ เบอร์ 3 หมายถึง ดาวอังคาร นักต่อสู้ยอดขุนพลแห่งดวงดาว พลังแห่งความกล้าหาญ ด้านที่ดี…..เป็น ดาวที่รักการต่อสู้ แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็ง และความอดทนเป็นเลิศ ไม่ย่อท้อ หรือยอมได้ง่าย กล้าหาญ และเด็ดเดี่ยวดียิ่งนัก ไม่เกรงกลัวสิ่งอันตราย ผจญภัยด้วยความเชื่อมั่น รักการกีฬา และการออกกำลังกาย มีความรวดเร็วว่องไวในการแสดงออก ความอดกลั้นบึกบึน มีกำลังกายเป็นเลิศ ขยันขันแข็ง ชนิดทำมากกว่าพูด และค่อนข้างจะทำจริงเสียด้วยครับ ด้านที่เสีย…..เป็น ผู้ขาดความยับยั้งเมื่อได้แสดงออกแล้ว ย่อมแสดงออกอย่างหมดสิ้นทุกอย่าง ใจร้อน ใจเร็ว เป็นนักต่อสู้ มุทะลุฉุนเฉียว มีโทสะรุนแรงมาก เมื่อมีอารมณ์เกิดขึ้นใคร ๆ ห้ามก็ไม่ฟังเพราะเป็นดาวบาปพระเคราะห์ที่รุนแรงมาก ไม่สู้จะมีเหตุผลกับใครนัก เมื่อได้มีโทสะเข้าครอบงำ หยาบคาย ชอบหาเรื่องวิวาท ชอบลองของอยู่เสมอ ๆ เพราะความเป็นผู้มีใจเป็นนักเลง ผู้มีอิทธิพลที่ใจใหญ่ใจถึง เบอร์ 4 หมายถึง ดาวพุธ เทพแห่งการเจรจา นักการค้าผู้ที่แสนชาญฉลาด พลังแห่งสติปัญญา ด้านที่ดี…..ปรับ สภาพสภาวะได้ดี เข้ากับดาวอื่น ๆ ได้ทุกดวง รักสงบและสันติสุข มีความเป็นธรรม เป็นผู้ฉลาดในหลักวิชาการทุกแขนง ทำกิจการใดอย่างแคล่วคล่อง ชอบในการติดต่อประสานงาน สัญญา เอกสาร การบัญชี รักในเชิงวิทยาการ เช่น ภาษาศาสตร์ อักษรศาสตร์ ชอบการค้า การพาณิชย์ รักการค้นคว้า ช่างคิด ช่างพูด มีความรอบรู้ ไหวพริบ และความจำดีเยี่ยม ด้านที่เสีย…..เจ้า เล่ห์เจ้าเหลี่ยม ปากเสีย พูดไม่เป็นมงคล พูดจาเหลวไหล พูดจาสับปรับ หลอกลวง ฉลาดแกมโกง ก่อศัตรูได้เพราะปากและคำพูด ความจำไม่ดี เบอร์ 5 หมายถึง ดาวพฤหัสบดี เทพเจ้าผู้ทรงธรรม ท่านพ่อครูแห่งความรู้ และความยุติธรรม พลังแห่งปัญญาทางธรรมะ ด้านที่ดี…..เป็น คนที่รักความยุติธรรม มีคุณธรรมและความดีงามสูง มีจิตใจที่เมตตาอารี ขี้สงสาร รักและหวังดีกับคนทุกคน ชอบที่จะศึกษาหาความรู้ ไม่อยู่หยุดนิ่งในการเสริมสร้างทักษะในวิชาการต่าง ๆ เป็นคนที่มีความสุขุมรอบคอบ มีความเชื่อมั่นในตัวเองและด้วยเหตุผลของตัวเอง มีศีลธรรม มีกฎเกณฑ์ มีคุณความดีที่บริสุทธิ์ดีงาม เป็นที่น่านับถือของคนที่พบเห็น ด้านที่เสีย…..เป็น คนที่ฉลาดแต่นำมาใช้ด้วยความแกมโกง หลอกลวง บางครั้งก็เจ้าเลห์ เจ้าเหลี่ยม พูดจากลับกลอกสับปรับ เป็นคนที่หลงในความสามารถของตน ชอบดูถูกว่าคนอื่นโง่กว่าตนเอง และเลวกว่าตนเอง เป็นคนที่สร้างภาพได้ดูดีแต่แฝงไว้ด้วยผลประโยชน์ที่คาดหวังเอาไว้ สนใจศาสตร์ลึกลับ โหราศาสตร์ มนต์ดำ พิธีกรรม เบอร์ 6 หมายถึง ดาวศุกร์ เทพแห่งศิลปะและการบันเทิง พลังแห่งศิลปะวิทยาการ ด้านที่ดี…..แสดง ให้เห็นถึงความอ่อนโยน นุ่นนวล ดูสวย ดูหล่อ ดูดีมีสง่าราศี มีศิลปะอยู่ในหัวใจ มีจิตนาการทางความคิดที่แสนจะทันสมัย รักในการดนตรี เสียงเพลง มีจิตใจที่บริสุทธิ์ เด่นในเรื่องของความสวยงาม ความคิดฝัน ความอ่อนไหว การที่มองโลกในแง่ที่ดี มีความร่าเริงแจ่มใส ความดูดีมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม มีทักษะทางด้านการแสดง และงานฝีมือที่ดี จะเด่นในด้านทางการเงิน การธนาคาร ด้านที่เสีย…..ความ รัก ครอบครัว และการเงินไม่ดี มีปัญหาได้ง่าย ดูขาดเสน่ห์ไม่เป็นที่ต้องตาประทับใจของใคร ขี้โอ่ ชอบฟุ้งเฟ้ออวดตนให้ดูดี ชอบสำราญหลงกิเลส และหมกมุ่นอยู่ในกามอารมณ์ ความคิดแคบจินตนาการไร้วิสัยทรรศ และรสนิยม มักง่ายคิดทำอะไรขาดศิลปะ ไม่สวย ไม่หล่อ ไม่มีสง่าราศี เศร้าหมอง เบอร์ 7 หมายถึง ดาวเสาร์ ผู้มากด้วยความเพียร และความอดทน พลังแห่งทุกข์โศก ด้านที่ดี…..แสดง ให้เห็นถึงความอดทน ความพากเพียรที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค และปัญหา หนักก็เอา เบาก็สู้ไม่ถอยครับ บ่งบอกถึงความที่มากไปด้วยประสบการณ์ การที่ได้เคยผ่านร้อน และหนาวมามากแล้ว มีความเข้มแข็ง ความหนักแน่นที่สูง ความยิ่งใหญ่ในสิ่งที่ได้ทำ ที่มีความรับผิดชอบสูงครับ การคงอยู่อย่างคงทน ที่ไม่ไหวหวั่นต่ออะไรง่าย ๆ รักอิสระเสรี และรักความสงบครับ ด้านที่เสีย…..คือ เป็นคนเก็บกด มีความทุกข์ ความเศร้าหมอง ความหดหู่เศร้าเสียใจ ความตระหนี่ถี่เหนียว ความเห็นแก่ตัวความวิตกกังวล ความหวาดระแวง ความอิจฉาริษยา ความอาฆาตแค้นพยาบาท อุปสรรคปัญหา ความติดขัด ของต่ำของอาถรรพ์ ความลี้ลับ การซ่อนเร้น การพลัดพรากจากจร ความวิตกจริต ความซาดิสต์ การมีตำหนิรอยแผลเป็น เบอร์ 8 หมายถึง ดาวราหู นักสารพัด…นัก…เลง กิน เที่ยว ยา เล่น รัก พลังแห่งความลุ่มหลง ด้านที่ดี…..แสดง ให้เห็นถึงความกล้า ความไม่เกรงกลัว ความรวดเร็ว ความรักอิสระเสรี ความมีเลห์เหลี่ยม ความมีชั้นเชิง ความเชื่อมั่นตัวเองสูง ทันโลกทันคน มีความหนักแน่นและมีกำลังที่เข้มแข็ง มีความรู้ความสามารถที่พิเศษกว่าคนอื่นในบางด้าน ด้านที่เสีย…..คือ ความลุ่มหลงกิเลสตัญหา ความซาดิสต์ เป็นนักเลงทุกชนิด อันได้แก่…นักเลง นักกิน นักเที่ยว นักเล่น นักรัก นักพนัน ฯ มีโมหจริตสูง ความมัวเมา ความเสเพล โมโหร้าย ไม่รู้จักอาย หรือเกรงกลัวบาป บางครั้งก็กักขฬะหยาบคาย การขาดสติและเหตุผล การเห็นผิดเป็นชอบ อวดดี บ้าบิ่น มุทะลุ ดื้อดึง ถือดี หลงตัวเอง ชอบปกปิดอำพราง ชอบคำลวงป้อยอ จึงเชื่อง่ายหลงง่าย เบอร์ 9 หมายถึง ดาวพระเกตุ เทพแห่งสิ่งศักดิ์สิทธ์ การค้นหา พลังแห่งความลึกลับ ข้อเด่น   :  มีญาณหยั่งรู้เหตุการณ์ดี   มักแคล้วคลาดโดยสัญชาติญาณ    มีสิ่งศักดิ์สิทธ์คุ้มครอง เป็นตัวแทนของความ เชื่อมั่นในตัวเอง มีความคิดริ่เริ่มสิ่งใหม่ๆ เห็นอกเห็นใจคนอื่น สนใจในสิ่งหนึ่งสิ่งใดอย่างจริงจัง มักทำสิ่งต่างๆที่แปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร ข้อเสีย   :  จิตใจว้าวุ่น   ความคิดฟุ้งซ่าน   ประพฤติตนแปลก ๆ ในแบบที่คนทั่วไปยอมรับได้ยาก มีความขัดแย้งในตนเอง หุนหันพลันแล่น รักใคร่หลงใหลอะไรได้ง่ายๆ มีบางส่งบางอย่างเก็บซ่อนไว้ภายในจิตใจ  ขาดความเชื่อถือในประเพณีดั้งเดิม เอาญาณหยั่งรู้และศาสตร์ลึกลับไปใช้ในทางที่ผิด เบอร์ 0 หมายถึง ดาวยูเรนัส (ดาวมฤตยู) เทพเจ้าแห่งความตาย พลังแห่งการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยี่ ข้อเด่น   : เป็นคนมีสติปัญญาเฉียบแหลม ค่อนไปทางสติเฟื่อง เชื่อมั่นในตนเองสูง มีแนวคิดแปลก ๆ ใหม่ ๆ ชอบประดิษฐ์ค้นคว้า เป็นนักค้นคว้า นักวิทยาศาสตร์ คนทันสมัย มีความคิดสร้างสรรค์  มีญาณสังหรณ์และจิตสัมผัสดี ข้อเสีย   : เจ้าอารมณ์ ขี้รำคาญ หงุดหงิด ชอบขัดแย้งกับผู้อื่น ละเลยต่อระเบียบแบบแผนประเพณี  ทำให้วิถีชีวิตผันผวนง่าย เกิดภัยอาเภท หลงใหลในสิ่งผิดๆ นอกลู่นอกทาง ดันทุรัง แหกคอก กระด้าง ดื้อรั้น   ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก  ซินแสหวาง www.sinsaehwang.com www.facebook.com/SinSaeHwang “ความหมายเลขศาสตร์ 0-9″ - 12/06/2019
12/06/2019
อนามัยโลกยก ‘ภาวะหมดไฟทำงาน’ เป็นภาวะผิดปกติ
อนามัยโลกยก ‘ภาวะหมดไฟทำงาน’ เป็นภาวะผิดปกติ                                                    เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 CNN.com รายงานว่า ภาวะหมดไฟซึ่งสะท้อนจากความเครียดรุนแรงจากการทำงานอาจเป็นการวินิจฉัยใหม่ที่จะบันทึกอยู่ในเวชระเบียนของเรา CNN.com ระบุว่า ล่าสุดองค์การอนามัยโลกกำหนดให้ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) เป็นความผิดปกติชนิดหนึ่งตามที่ระบุไว้ในบัญชีจำแนกทางสถิติระหว่างประเทศของโรคและปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้อง (ICD-11) อันเป็นคู่มือทางการแพทย์สำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคซึ่งสมัชชาอนามัยโลกครั้งที่ 72 ได้ลงมติรับรองให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2565 เป็นต้นไป   ภาวะหมดไฟปรากฏในหมวดปัญหาซึ่งเกี่ยวข้องกับการจ้างงานหรือการว่างงาน โดยแพทย์สามารถวินิจฉัยภาวะหมดไฟได้ตามอาการดังต่อไปนี้ 1.รู้สึกไม่มีเรี่ยวแรงหรือหมดพลัง 2.มีความผูกพันกับงานน้อยลง หรือมีความรู้สึกด้านลบต่องานที่ทำอยู่ 3.มีประสิทธิภาพการทำงานด้อยลง เบื้อต้นก่อนที่จะวินิจฉัยว่ามีภาวะหมดไฟนั้นแพทย์จะต้องตัดความผิดปกติอื่นเสียก่อน เช่น ภาวะวิตกกังวลและความผิดปกติด้านอารมณ์ และการวินิจฉัยนั้นจะต้องเจาะจงเฉพาะสภาพแวดล้อมการทำงานโดยไม่เกี่ยวข้องกับแง่มุมอื่นของชีวิต     ภาวะหมดไฟเป็นหัวข้อที่มีการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ แต่ที่ผ่านมาภาวะหมดไฟก็ยังคงมีสถานะเป็นแนวคิดเชิงวัฒนธรรมแบบกว้างๆ เพื่อให้นักวิจัยสามารถเข้าใจร่วมกัน การทบทวนวรรณกรรมในวารสาร SAGE Open เมื่อปี 2560 ทำให้พบบทความการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับภาวะหมดไฟโดยเฮอร์เบิร์ต ฟรอยเดนเบอร์เกอร์ซึ่งตีพิมพ์ไว้เมื่อปี 2517   ลินดาและทอร์สเตน ไฮเนมาน ผู้นิพนธ์ของการศึกษาทบทวน เชื่อว่าจะมีบทความการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับภาวะหมดไฟอีกหลายร้อยเรื่องตลอด 4 ทศวรรษหน้า อย่างไรก็ดีภาวะหมดไฟจะยังไม่ถือว่าเป็นความผิดปกติทางจิต แม้ว่าทุกวันนี้จะเป็น “หนึ่งในปัญหาสุขภาพจิตซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันมากที่สุด” ก็ตามผู้นิพนธ์ให้เหตุผลว่าการศึกษาวิจัยภาวะหมดไฟส่วนใหญ่เน้นไปที่ “สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง” แทนที่จะพยายามพัฒนาเกณฑ์การวินิจฉัยจำเพาะ อันเป็นผลให้ภาวะหมดไฟเป็นหัวข้อที่ “กำกวมและไม่มีข้อสรุปแน่ชัด”   แปลจาก Burnout is an official medical diagnosis, World Health Organization says [edition.cnn.com] และ อ้างอิงจาก www.hfocus.org กำหนดเป็นครั้งแรก ภาวะหมดไฟในการทำงาน ถูกจัดเป็นภาวะทางการแพทย์ - 07/06/2019
07/06/2019
ประยุทธ์นั่งนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 หลังเสียงโหวตถล่ม 500 ต่อ 244 เสียง
ประยุทธ์นั่งนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 หลังเสียงโหวตถล่ม 500 ต่อ 244 เสียง                          ในวันที่ 5 มิถุนายน 2562 มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย โดยเริ่มต้นการประชุมตั้งแต่เวลา 11.00 น. โดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ได้เสนอชื่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เขต 8 เชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ เสนอชื่อเสนอ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นนายกรัฐมนตรี           ต่อมาในเวลา 20.30 น. มีกำหนดการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และผลการโหวตปรากฏว่า พล.อ. ประยุทธ์ ได้รับเสียงโหวตมากกว่า เป็นจำนวน 500 เสียง ทำให้ได้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 เป็นสมัยที่ 2 ส่วนนายธนาธร ได้รับคะแนนโหวต 244 เสียง โดยมีผู้ที่ไม่ออกเสียง 3 คน   ขอบคุณข้อมูลจาก kapook.com en.wikipedia.org พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 - 06/06/2019
06/06/2019
ใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์ สุขยิ่งขึ้นทุกการใช้จ่าย สิทธิประโยชน์มากมาย
ใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์ สุขยิ่งขึ้นทุกการใช้จ่าย สิทธิประโยชน์มากมาย  เพื่อท่านสุภาพสตรีโดยเฉพาะ หรูหรา สะดวกสบาย ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เหนือกว่า จาก UOB   ข้อมูลอื่นที่เป็นประโยชน์ บัตรเครดิต : ทุก 25 บาท รับ คะแนนสะสม 1 คะแนน รับคะแนนสะสม 5 เท่า สำหรับยอดใช้จ่ายสะสมในหมวดร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และ การใช้จ่ายด้วยสกุลเงินต่างประเทศ ซื้อ 1 แลกรับฟรี 1 ที่โรงหนังในเครือ เอส เอฟ เพียงใช้คะแนนสะสม 1,000 คะแนน ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง วงเงินสูงสุด 10,000,000 บาท บริการเลขาส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง ฟรี บริการฟิตเนส ที่ โรงแรมโนโวเทล สยามสแควร์ กรุงเทพ บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชม. รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 6% เมื่อเติมน้ำมันทุกๆ 800 บาท ที่ปั๊มน้ำมัน คาลเท็กซ์   บัตรเครดิต ยูโอบี เลดี้ แพลทินัม (UOB Lady's Platinum)-ธนาคารยูโอบี (UOB) - 06/06/2019
06/06/2019
วิธีคุมกำเนิด ไม่พร้อมป่องก็ป้องกันได้ด้วยวิธีเหล่านี้
วิธีคุมกำเนิด ไม่พร้อมป่องก็ป้องกันได้ด้วยวิธีเหล่านี้               จริง ๆ แล้วการคุมกำเนิดไม่ได้มีแค่ยาคุมกำเนิดหรือถุงยางอนามัยเท่านั้นนะคะ แต่วิธีคุมกำเนิดยังมีอีกหลายวิธีด้วยกัน และเพื่อความชัดเจนวันนี้กระปุกดอทคอมจะมาไล่เรียงวิธีคุมกำเนิดแต่ละชนิดให้ได้ทราบ พร้อมด้วยข้อดี-ข้อเสียของวิธีคุมกำเนิดชนิดต่าง ๆ เริ่มกันเลย    1. นับระยะปลอดภัย               วิธีคุมกำเนิดแบบนับระยะปลอดภัย หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า หน้า 7 หลัง 7 เป็นวิธีคุมกำเนิดแบบธรรมชาติ โดยจะนับระยะปลอดภัยในช่วง 7 วันก่อนประจำเดือนมาวันแรก และหลังจากมีประจำเดือนวันแรกไปอีก 7 วัน ซึ่งก็คือวันที่ไข่ไม่ตก จึงสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้โดยไม่ต้องกลัวการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม ข้อดี       เป็นวิธีคุมกำเนิดแบบธรรมชาติ จึงไม่ส่งผลกระทบใด ๆ กับสุขภาพภายในของผู้หญิง ข้อเสีย      วิธีคุมกำเนิดแบบนับระยะปลอดภัยจะใช้ได้กับหญิงที่มีรอบเดือนปกติและมาตรงกันทุกเดือนเท่านั้น เพราะหากนับวันคลาดเคลื่อนไปเพียงวันเดียวก็มีโอกาสตั้งครรภ์สูงเลยทีเดียว           - หน้า 7 หลัง 7 คืออะไร นับยังไง ไม่ท้องจริงหรือ ?  2. หลั่งนอกช่องคลอด             เป็นการคุมกำเนิดแบบธรรมชาติอีกวิธีที่เป็นธรรมชาติมาก ๆ โดยให้ฝ่ายชายหลั่งอสุจินอกช่องคลอด ทว่าประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากอาจมีน้ำอสุจิหลุดรอดระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ได้ ข้อดี       ไม่เสี่ยงกับผลข้างเคียงใด ๆ เพราะเป็นวิธีคุมกำเนิดแบบธรรมชาติ ข้อเสีย      อัตราการตั้งครรภ์ค่อนข้างสูง เพราะในระหว่างมีเพศสัมพันธ์ น้ำเชื้ออสุจิก็อาจถูกหลั่งออกมา และหลุดเข้าไปผสมกับไข่ได้ 3. วัดอุณหภูมิร่างกาย               เป็นการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายเพื่อเช็กการตกไข่ของร่างกาย โดยวิธีการคือให้วัดอุณหภูมิร่างกายหลังตื่นนอนทันที และให้วัดในเวลาเดียวกันทุกวัน โดยหากพบว่าร่างกายมีการตกไข่ จะวัดอุณหภูมิร่างกายได้สูงขึ้น 0.5 องศาเซลเซียส เนื่องจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนถูกหลั่งออกมา ทั้งนี้ก็จะมีเพศสัมพันธ์โดยไม่เสี่ยงการตั้งครรภ์ได้ภายใน 3 วันหลังมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิร่างกาย ข้อดี       ไม่เสี่ยงอันตรายจากยาเพราะเป็นวิธีคุมกำเนิดแบบธรรมชาติ  ข้อเสีย      มีความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในกรณีมีไข้ และวิธีนี้ไม่สามารถบอกวันแรกของระยะปลอดภัยได้ด้วย             - วิธีนับวันตกไข่ไม่ท้องหรือท้อง คำนวณนับวันไข่ตกง่าย ๆ 4. สังเกตมูกที่ปากมดลูก               เมื่อร่างกายมีการหลั่งฮอร์โมนเอสโตรเจนออกมา บ่งบอกถึงภาวะไข่ตก ปากมดลูกจะมีมูกข้นเหนียวมากกว่าปกติ ดังนั้นเราจึงสามารถตรวจเช็กได้โดยการสอดนิ้วเข้าไปในช่องคลอด หากพบมูกมีลักษณะใสและลื่น (คล้ายไข่ขาวดิบ) และมีความเหนียวจนสามารถดึงเป็นเส้นได้ยาว ช่วงนี้ก็ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ จนกว่าจะถึง 4 วันหลังจากวันที่มูกยืดมากที่สุดจึงจะเป็นระยะปลอดภัย  ข้อดี       ไม่อันตราย และไม่เสียค่าใช้จ่าย ข้อเสีย       ต้องตรวจเช็กทุกวัน และอาจมีการคลาดเคลื่อนได้สูง  5. ถุงยางอนามัยผู้ชาย               นับเป็นวิธีคุมกำเนิดที่สะดวกและง่าย โดยถุงยางอนามัยจะป้องกันไม่ให้อสุจิเข้าไปเจอกับไข่ และในปัจจุบันถุงยางอนามัยก็มีให้เลือกใช้หลายรูปแบบ ข้อดี      ไม่มีผลข้างเคียง ที่สำคัญถุงยางอนามัยยังช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ด้วยนะคะ  ข้อเสีย       ต้องอาศัยความร่วมมือกันทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายชายที่ต้องเป็นคนสวมถุงยางอนามัย นอกจากนี้หากสวมถุงยางอนามัยไม่ถูกวิธี อาจทำให้ถุงยางอนามัยฉีก ขาด หรือรั่วได้            - วิธีใส่ถุงยางที่ถูกต้อง ใส่อย่างไรให้ปลอดภัย พร้อมรบในศึกรัก  6. ถุงอนามัยผู้หญิง             ปัจจุบันผู้หญิงก็มีถุงยางอนามัยให้ใช้ป้องกันการตั้งครรภ์และโรคติดต่อทางเพศเช่นกัน โดยลักษณะถุงยางอนามัยผู้หญิงจะคล้าย ๆ ถุงที่ปลายข้างหนึ่งตัน ตรงปากถุงและก้นถุงมีขอบเป็นวงแข็งกว่าส่วนอื่น เพื่อให้คงรูปร่างเอาไว้ เวลาใช้คือสอดอุปกรณ์เข้าไปในช่องคลอดก่อนมีเพศสัมพันธ์ ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดก็เทียบเท่าถุงยางอนามัยผู้ชาย  ข้อดี       ป้องกันการคั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ และยังป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ด้วย  ข้อเสีย         หาซื้อได้ยากเพราะไม่มีจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป  7.  ยาคุมกำเนิด               ยาคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดที่ได้รับความนิยมพอสมควร เนื่องจากมีความสะดวกสบาย โดยฤทธิ์ของยาคุมกำเนิดจะช่วยยับยั้งการตกไข่ ทำให้โอกาสในการตั้งครรภ์ลดน้อยลงนั่นเอง ทั้งนี้ยาเม็ดคุมกำเนิดจะมีแบบ 21 เม็ดและแบบ 28 เม็ดแล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคน ข้อดี       นอกจากช่วยคุมกำเนิดแล้ว ยาคุมกำเนิดยังช่วยทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ ลดอาการปวดประจำเดือนและอาการ PMS และยาเม็ดคุมกำเนิดบางตัวยังช่วยเรื่องสิว รวมไปถึงเรื่องหน้ามันได้ด้วย ข้อเสีย      ต้องกินเป็นประจำ กินให้ตรงเวลา และบางคนอาจมีอาการข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ในช่วงแรก ๆ ของการกินยาคุมกำเนิด นอกจากนี้ยาคุมกำเนิดยังไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคตับ หรือผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม           - วิธีกินยาคุม ไขข้อข้องใจ...กินยาคุมกำเนิดอย่างไรให้ถูกวิธี  8. ยาคุมแบบฉีด                ยาคุมแบบฉีดจะมีกลไกคล้าย ๆ ยาเม็ดคุมกำเนิด ช่วยยับยั้งการตกไข่และทำให้ผนังมดลูกบาง ไม่เอื้อต่อการตั้งครรภ์ ทั้งนี้ยาฉีดคุมกำเนิดจะมีให้เลือก 2 แบบด้วยกัน คือยาฉีดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว และยาฉีดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม โดยยาฉีดคุมกำเนิดชนิดแรกจะคุมกำเนิดได้นาน 8-10 สัปดาห์ ส่วนยาฉีดชนิดฮอร์โมนรวมจะออกฤทธิ์ได้นาน 4 สัปดาห์  ข้อดี       เป็นวิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่ต้องกังวลเรื่องการกินยา เหมาะกับคนที่ขี้หลงขี้ลืม ลดโอกาสท้องนอกมดลูก ช่วยบรรเทาอาการ PMS และอาการปวดประจำเดือน ไม่มีผลต่อการทำงานของตับ ข้อเสีย         ผลข้างเคียงของยาฉีดคุมกำเนิดอาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีภาวะกระดูกบาง และอาจมีภาวะเจริญพันธุ์ช้าในบางคน นอกจากนี้ยังต้องหมั่นไปฉีดยาคุมกำเนิดให้ตรงเวลา หากลืมนัดอาจป้องกันไม่ได้ผล และเมื่อหยุดฉีดยาไปแล้ว ต้องรออีกประมาณ 1 ปี ร่างกายจึงจะพร้อมมีบุตรได้           - การฉีดยาคุมกำเนิด ทางเลือกป้องกันการตั้งครรภ์ในผู้หญิง  9. ยาฝังคุมกำเนิด               ยาฝังคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดกึ่งถาวร โดยช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้นาน 3-5 ปี ด้วยการฝังตัวยาคุมกำเนิดไว้ใต้ผิวหนัง (บริเวณต้นแขนด้านใน) ฮอร์โมนในหลอดยาคุมกำเนิดจะช่วยยับยั้งการตกไข่ในรอบเดือน และทำให้มูกที่ปากมดลูกข้นเหนียวจนอสุจิผ่านเข้าโพรงมดลูกได้ยาก  ข้อดี       มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดสูงมาก สามารถคุมกำเนิดได้นานต่างจากการกินยาคุมกำเนิดหรือการฉีดยาคุมกำเนิด ลดโอกาสเกิดภาวะท้องนอกมดลูก และยังสามารถใช้ได้กับสตรีที่ให้นมบุตร นอกจากนี้หลังถอดยาฝังคุมกำเนิดแล้วก็สามารถกลับสู่ภาวะเจริญพันธุ์ได้เร็วกว่ายาฉีดคุมกำเนิด      ขณะเดียวกันยาฝังคุมกำเนิดยังช่วยลดอาการปวดประจำเดือน ลดภาวะประจำเดือนมามาก และอาจช่วยป้องกันโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้ ที่สำคัญวัยรุ่นหญิงอายุ 10-20 ปี สามารถเข้ารับการฝังยาคุมกำเนิดฟรีได้ที่โรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศด้วยนะคะ  ข้อเสีย       มีผลให้เลือดออกกะปริบกะปรอยหลังฝังยาคุมกำเนิด หรืออาจมีอาการระคายเคือง ปวด บวมแดงบริเวณผิวหนังที่ฝังยาเข้าไป แต่อาการจะเป็นแค่ระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น นอกจากนี้อาจมีน้ำหนักตัวขึ้น สิวขึ้น ปวดศีรษะ เจ็บเต้านม และอารมณ์แปรปรวนหลังฝังยาคุมกำเนิดในบางราย           - มารู้จักยาฝังคุมกำเนิด วิธีคุมกำเนิดที่วัยรุ่นฝังได้ฟรี หยุดปัญหาท้องไม่พร้อม !  10. แผ่นแปะคุมกำเนิด               แผ่นแปะคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดที่ให้ประสิทธิภาพสูงอีกวิธีหนึ่ง โดยในแผ่นแปะคุมกำเนิดจะมีฮอร์โมนรวมคล้ายยาคุมกำเนิดชนิดเม็ด แต่ใช้แปะผิวหนังแทนการรับประทาน ทั้งนี้ตัวยาจะซึมผ่านเข้าสู่ผิวหนังไปยังกระแสเลือดโดยตรง ไม่ผ่านระบบทางเดินอาหาร ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนในเลือดคงที่มากกว่าการรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดทั่วไป ข้อดี       มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดอยู่ที่ร้อยละ 99.12 เหมาะกับสาว ๆ ที่มักจะลืมกินยาคุมบ่อย ๆ และแผ่นแปะคุมกำเนิดมีผลข้างเคียงค่อนข้างน้อยด้วยล่ะค่ะ หลังเลิกใช้ก็พร้อมตั้งครรภ์ได้ทันที ข้อเสีย         ต้องคอยเปลี่ยนแผ่นยาทุก 7 วัน และไม่เหมาะจะใช้กับผู้หญิงที่มีน้ำหนักตัวเกิน 90 กิโลกรัม ผู้หญิงสูบบุหรี่ก็ไม่ควรใช้ เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ รวมไปถึงผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคตับ ก็ไม่ควรใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด        นอกจากนี้แผ่นแปะคุมกำเนิดยังมีผลข้างเคียง เช่น เจ็บตึงหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียน ปวดศีรษะ น้ำหนักตัวขึ้น ความต้องการทางเพศลดลง เลือดออกกะปริบกะปรอย เป็นต้น รวมทั้งอาจมีอาการคันตรงตำแหน่งที่แปะ แต่อาการคันจะทุเลาไปเองภายในไม่กี่วัน           - แผ่นแปะคุมกำเนิด ทางเลือกคุมกำเนิดที่สาว ๆ ควรรู้ไว้  11. ห่วงอนามัย                ห่วงอนามัยหรือห่วงคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดกึ่งถาวรอีกวิธีหนึ่งที่ให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดได้ดี และในปัจจุบันก็มีห่วงอนามัยให้เลือกใช้หลายรูปแบบ ซึ่งการเลือกใช้ห่วงอนามัยจะคำนึงถึงความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ทั้งนี้กลไกการทำงานของห่วงอนามัยจะอาศัยความเป็นพิษของวัสดุที่อยู่ในห่วงอนามัย โดยความเป็นพิษที่ว่าจะส่งผลโดยตรงต่อตัวอสุจิ ทำให้อสุจิไม่สามารถปฏิสนธิกับไข่ได้นั่นเอง  ข้อดี       สามารถคุมกำเนิดได้นานหลายปี (3-5 ปี) ขึ้นอยู่กับชนิดของห่วงอนามัย ไม่ต้องกินยาทุกวัน หรือไปฉีดยาคุมทุก ๆ 3 เดือน ไม่มีผลต่อน้ำหนักตัว ไม่คลื่นไส้อาเจียน ไม่ส่งผลต่อการเกิดสิว  ฝ้า  ข้อเสีย       ต้องหมั่นตรวจเช็กสายห่วงคุมกำเนิดอย่างสม่ำเสมอ เพราะอาจมีการเลื่อนหลุดของห่วงคุมกำเนิดได้  12. วงแหวนคุมกำเนิด               วงแหวนคุมกำเนิดมีลักษณะเป็นวงแหวนที่นุ่ม ใส และยืดหยุ่นได้ ขนาดวงแหวนคุมกำเนิดมีความกว้าง 54 มิลลิเมตร หนา 4 มิลลิเมตร โดยวงแหวนจะถูกใส่ไว้ในช่องคลอดนาน 3 สัปดาห์ต่อรอบ โดยช่วง 1 สัปดาห์ที่ไม่ได้ใส่วงแหวนคุมกำเนิดจะเป็นช่วงที่มีประจำเดือน ทั้งนี้วงแหวนคุมกำเนิดจะหลั่งฮอร์โมนเพื่อขัดขวางการปฏิสนธิของไข่กับน้ำอสุจิตลอดระยะเวลา 21 วัน  ข้อดี       ผลข้างเคียงน้อย พอ ๆ กับยาเม็ดคุมกำเนิด ไม่ต้องกังวลเรื่องลืมกิน เหมาะกับสาว ๆ ที่ขี้ลืม  ข้อเสีย        อาจมีอาการข้างเคียง เช่น เกิดการระคายเคืองช่องคลอด หรือมีตกขาวมากขึ้นได้ การซื้อหาค่อนข้างยุ่งยากเพราะต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ 13. ทำหมันหญิง               การทำหมันเป็นวิธีคุมกำเนิดแบบถาวร โดยการทำหมันผู้หญิงจะทำโดยการผูกและตัดท่อนำไข่ทั้งสองข้าง เป็นการตัดขาดการตกไข่อย่างเด็ดขาด ทั้งนี้การทำหมันสามารถทำได้ตั้งแต่หลังคลอด ซึ่งจะเรียกว่าการทำหมันเปียก แต่หากทำระยะหลังคลอดไปแล้วจะเรียกว่าทำหมันแห้ง            - ทำหมันหญิงแล้วยังท้องได้ไหม มาดูวิธีทำหมันหญิงป้องกันป่องไม่ตั้งใจ 14. ทำหมันชาย               สำหรับการทำหมันชายจะใช้วิธีผูกและตัดท่อนำไข่ทั้งสองข้างในถุงอัณฑะ โดยสามารถทำได้ตลอดเวลา ไม่ต้องนอนพักโรงพยาบาล            - ทำหมันชาย ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด 15. ยาคุมฉุกเฉิน               ยาคุมฉุกเฉินหรือยาคุมกำเนิดหลังมีเพศสัมพันธ์ เป็นวิธีคุมกำเนิดในกรณีฉุกเฉินจริง ๆ ตามชื่อ เช่น ในกรณีที่ถุงยางอนามัยรั่ว ฉีก ขาด หรือโดนกระทำชำเรา เป็นต้น โดยยาคุมฉุกเฉินจะมีฮอร์โมนเพศหญิงมากกว่ายาคุมกำเนิดปกติถึง 2 เท่า ทั้งนี้ก็เพื่อให้ตัวยามีประสิทธิภาพมากพอจะไปรบกวนการตกไข่ ทำให้โอกาสที่ไข่กับอสุจิมาเจอกันจนปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนทารกนั้นมีโอกาสลดน้อยลง ดังนั้นการกินยาคุมฉุกเฉินจึงควรกินหลังมีเพศสัมพันธ์โดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินจะไม่รบกวนการฝังตัวของไข่ที่เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหมายความว่าไม่มีฤทธิ์ให้เกิดภาวะแท้งได้นะคะ ข้อดี       ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ในกรณีที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ตั้งใจ เช่น เมาแล้วพลาด หรือถูกข่มขืน เป็นต้น ข้อเสีย      ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่กิน นอกจากนี้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินยังมีผลข้างเคียงมาก เช่น อาจเป็นสาเหตุให้มีเลือดออกกะปริบกะปรอย และหากกินบ่อยครั้งอาจเสี่ยงภาวะท้องนอกมดลูกได้ค่อนข้างสูง ไม่ควรกินเกิน 2 ครั้ง (4 เม็ด) ภายใน 1 เดือน           - ยาคุมฉุกเฉินกับ 5 เรื่องที่สาว ๆ ควรรู้                       - ยาคุมฉุกเฉิน ห้ามกินเกิน 2 ครั้งในชีวิต จริงหรือเปล่า ?!             นอกจากวิธีคุมกำเนิดเหล่านี้แล้ว ในอนาคตยังอาจมียาคุมกำเนิดผู้ชาย รวมไปถึงเจลคุมกำเนิดสำหรับผู้ชายเพิ่มมาอีกด้วยนะคะ เรียกได้ว่าวิธีคุมกำเนิดมีให้เลือกใช้หลายแนวทางกันเลยแหละ            - เจลคุมกำเนิดผู้ชาย นวัตกรรมใหม่ที่ใกล้จะเป็นความจริง !  ขอขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊กใกล้มิตรชิดหมอ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข  คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  เลิฟแคร์สเตชั่น  Kapook.com วิธีคุมกำเนิด ไม่พร้อมป่องก็ป้องกันได้ด้วยวิธีเหล่านี้ - 05/06/2019
05/06/2019